ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย

Login

 
 ชื่อเรียก
 รหัสผ่าน
 จำชื่อและรหัสผ่าน

Main Menu

 
 หน้าหลัก
 QualityOnline
 WWW3
 SSWRisk
 KMnet

บริการ
 ข้อมูลทั่วไปโรงพยาบาล
 แผนที่ที่ตั้งโรงพยาบาล
 ปฎิทินกำหนดการ
 โทรศัพท์ภายใน
 อนุสรณ์ 60 ปี ศรีสังวร
 รายงานการประชุม กบห.
 ตารางแพทย์ตรวจOPD
 ตรวจสอบสิทธิ : สุโขทัย
 ตรวจสอบสิทธิ : จ่ายตรง
 ตรวจสอบสิทธิ : ธนาคาร
 รายงานยอดผู้ป่วยใน
 อัตราครองเตียงผู้ป่วยใน
 การแยกประเภทผู้ป่วยใน
 ประวัติการรักษาผู้ป่วย
 ระบบ Finger Scan
 พจนานุกรม
 กระดานข่าว
 ห้องสมุด
 อัลบัมภาพ
 ค้นหา
 อัตราค่ารักษาพยาบาล

หน่วยงาน

 

กลุ่มอำนวยการ
 ระเบียบ/คำสั่ง

กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ
 แผนการลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้าง
 บัญชีครุภัณฑ์การแพทย์ ครุภัณฑ์อื่นและสิ่งก่อสร้าง
 แบบเสนอความต้องการพัสดุ
 แผน CUP อ.ศรีสำโรง
 Form Template สำหรับเสนอข่าวสารโรงพยาบาล

กลุ่มงานเภสัชกรรม
 แนวทางการปฏิบัติงาน

กลุ่มการพยาบาล
 ตารางเวรตรวจการฯ
 งาน IC
 งานคุณภาพการพยาบาล
 คลินิกเคมีบำบัด
 ตรวจสุขภาพเชิงรุก

กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู
 กายภาพบำบัด
 กิจกรรมบำบัด
 แพทย์แผนไทย
 KM เวชกรรมฟื้นฟู

ฝ่ายบริหารทั่วไป
 ข่าวสารบ้านพัก รพ.

Web Admin
 จัดการเวบหน่วยงาน

xraypacs xraypacs











รายการใช้วัสดุ-เพื่อเสนอราคา


KM srisangworn



sahakorn srisangworn


หัวข้อหลัก > ข่าวสารทั่วไป : ย้อนกลับ
 
ฝึกฝนลูกรัก รู้จักตนเอง

เมื่อ วันพุธ 18 กรกฎาคม 2007 - 14:14 ::: ผู้บันทึก: prweb ::: 6485 คนอ่าน  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

ข่าวสารทั่วไปในขณะที่ลูกๆ เติบโตขึ้น พ่อแม่อาจกังวลในปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูก โดยเฉพาะการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับบุคคลอื่น การคบเพื่อนต่างเพศและภัยทางเพศในสังคม การเสริมสร้างความสมดุลระหว่างการเลี้ยงดูลูกให้มีความมั่นใจ โดยยังอยู่ในขอบเขตแห่งความถูกต้องและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้พ่อแม่เกิดการพัฒนาแนวทางในการเลี้ยงดูลูกอย่างมีคุณภาพ

น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ จิตแพทย์กรมสุขภาพจิต กล่าวถึงขอบเขตแห่งตน (Boundary) ในกิจกรรมห้องเรียนพ่อแม่เรื่อง "ขอบเขตแห่งตนฝึกฝนอย่างไร" ซึ่งมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กร่วมกับอุทยานการเรียนรู้ทีเคปาร์คจัดขึ้นว่า เป็นเรื่องที่ครอบคลุมถึงตัวตนภายนอกและภายใน หรือร่างกายและจิตใจของเรา

คำว่า ขอบเขตแห่งตน เป็นคำทางจิตวิทยา หากเรียกเป็นภาษาทั่วไปก็คือ การสอนความเป็นตัวเรา เราเป็นอย่างไรก็คือตัวตนของเรา ซึ่งจะอธิบายถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ความเชื่อที่ปลูกฝังและสะสมมาในตัวเราตลอดชีวิต

ตัวตนของเรามี 3 ชนิด คือตัวตนที่เป็นเอกบุคคล ตัวตนที่ยึดโยงกับครอบครัว และตัวตนตามแบบศาสนาที่นับถือ ซึ่งตัวตนชนิดที่สามนี้มีความสำคัญกับผู้ใหญ่มาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาจิตอีกขั้นหนึ่งที่เรียกว่า การไม่ยึดติดกับตัวตนหรืออนัตตา

ตัวตนมีพัฒนาการตามวัย ซึ่งจะสอดคล้องกับคุณสมบัติอื่นๆ ในวิถีชีวิต วิธีการจัดการก็ต้องมีวิธีการตามวัย นักจิตวิทยาแบ่งพัฒนาการของคนไว้ 5 ระยะ ได้แก่

ระยะแรก หรือ 6 เดือนแรก เด็กทารกที่คลอดมาจากท้องแม่ก็ยังอยู่ในอ้อมอกของแม่ เด็กยังแยกไม่ได้ว่าตัวตนคืออะไร เป็นช่วงแรกของชีวิตที่ยังแยกจากตัวตนไม่ได้ว่าตัวเองคืออะไร นี่เป็นช่วงพิเศษช่วงหนึ่ง พัฒนาการของเด็กก็คือส่วนหนึ่งของแม่นั่นเอง จะได้รับความใกล้ชิด ความผูกพันจากแม่

ระยะที่สอง 6 เดือน-1 ปีครึ่ง เด็กจะพัฒนาสมอง สามารถจำหน้าคนได้ คนแรกที่จำได้คือแม่กับพ่อ ช่วงนี้เมื่อคนแปลกหน้าอุ้มเด็กจะร้องไห้ ซึ่งไม่ใช่ความกลัวที่รุนแรงแต่เด็กเริ่มจำหน้าคนได้ว่าคนที่อุ้มไม่ใช่พ่อแม่ เด็กจะเริ่มรู้สึกตัวเองแยกจากพ่อแม่เป็นคนละคนแล้ว แต่ความผูกพันยังรู้สึกว่าต้องกลับไปหาพ่อแม่อยู่เสมอ ห่างพ่อแม่นานไม่ได้

ระยะที่สาม 2-5 ปี เด็กวัยนี้จะเริ่มรู้ว่าอะไรทำได้และไม่ได้ พ่อแม่ทำหน้าที่เป็นผู้ที่สอนให้เด็กรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด และสอนถึงความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นรากฐานจริยธรรมคุณธรรมในตัวตน

ระยะที่สี่ ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เด็กเริ่มเข้าสู่สังคมของเพื่อน เริ่มมีอะไรที่นอกเหนือจากครอบครัว มีการเรียนรู้ในมุมมองที่กว้างขึ้น

ระยะที่ห้า ช่วงวัยรุ่น ช่วงนี้เด็กจะเป็นตัวของตัวเอง เป็นอิสระ ต้องหาความเป็นตัวเองให้เจอ เป็นวัยสุดท้ายของการสร้างความเป็นตัวตน มักมีความคิดว่าความเป็นตัวของตัวเองเกิดจากการรับรู้ของคนอื่น ผู้ทำการโฆษณาถึงรู้ว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่มีผลต่อการโฆษณามาก พ่อแม่หรือครูต้องเสริมสร้างความมั่นใจ แต่ไม่ใช้อำนาจควบคุม

การสอนเรื่องขอบเขตแห่งตนให้กับเด็ก ควรเป็นไปตามพัฒนาการของวัย มีการเรียนรู้ที่เป็นไปตามธรรมชาติซึ่งถ่ายทอดผ่านการเลี้ยงดู ไม่สามารถสอนได้เหมือนคำสั่งสอน พ่อแม่สอนลูกได้ด้วยพฤติกรรมของตนเองและการมีปฏิสัมพันธ์กับลูก เช่น สอนให้ลูกวัย 2-5 ปีรู้จักควบคุมอารมณ์ให้ดีขึ้น หรือว่าเด็กเริ่มที่จะไปมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน พ่อแม่ก็ต้องสอนให้รู้จักเรื่องถูกผิด เช่นเด็กไปหยิบของเพื่อนมาจากโรงเรียนอนุบาล พ่อแม่ก็ต้องบอกให้เขาเอาไปคืน เขาเล่นกับน้องและใช้ความรุนแรงก็ต้องบอกต้องห้ามว่าไม่ถูกต้อง เด็กก็จะเริ่มรู้จักถูกผิด การมีคุณธรรมภายในตนเองคือความเป็นตัวตน

การแก้ปัญหาในเด็กเพื่อให้เกิดการรู้จักตัวตน นั้น ต้องดูความแตกต่างของเด็กแต่ละคนและวิธีการจัดการ ซึ่งมีหลักใหญ่ๆ อยู่ 3 อย่าง คือ
1.ใช้การลงโทษเมื่อสมควรแก่เหตุและทำเพื่อให้เกิดการสำนึก เพราะการลงโทษที่รุนแรงจะทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่รัก ทำให้ไม่ภาคภูมิใจในตนเอง ความสามารถในการควบคุมตนเองจะต่ำ ทำให้สิ่งแวดล้อมภายนอกมีอิทธิพลต่อเด็กประเภทนี้มาก เช่น การเลียนแบบการแต่งตัวของดาราที่เห็นทางโทรทัศน์ การนิยมสินค้าฟุ่มเฟือยตามเพื่อน เป็นต้น
2.พยายามหาด้านบวกให้กับเด็ก เด็กเติบโตมาจะรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ฉะนั้นขณะที่เด็กมีปัญหาพ่อแม่ต้องสร้างนิสัยทางบวกให้ เช่น ชวนลูกมาทำงานด้วย เวลาพ่อแม่ทำอะไรก็ชวนลูกมาทำร่วมกัน หาความสามารถพิเศษของลูกให้ได้สัมผัสกับสิ่งที่ตนชอบ และพ่อแม่สามารถใช้กิจกรรมที่ทำนั้นชื่นชมในความสำเร็จของลูกได้
3.ให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมของทางบ้านมากขึ้น เมื่อพ่อแม่ทำให้เด็กเห็นว่าตนเองมีคุณค่าจะช่วยให้เด็กรู้สึกว่ามีคุณค่าในตนเองมากขึ้น

สิ่งเหล่านี้ต้องทำอย่างเสมอต้นเสมอปลาย พ่อแม่ส่วนใหญ่ที่จัดการลูกไม่ได้ผลมักมีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูที่ปล่อยสลับกับรุนแรง คือช่วงไหนที่ตนเองอารมณ์ดีก็จะปล่อย ช่วงไหนเกิดปัญหาขึ้นก็ใช้ความรุนแรง วิธีการแบบนี้ไม่สามารถทำให้เด็กเกิดการพัฒนาตนเองได้

น.พ.ยงยุทธกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการสอนให้เด็กรู้ว่าคุณค่าของตัวเองไม่ได้อยู่ที่ภายนอก แต่อยู่ที่ภายใน เพราะเด็กในปัจจุบันมักจะถูกโฆษณาและละครทำให้เห็นว่าคุณค่าของตนเองอยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก เช่น ถ้าผิวไม่ขาว หน้ามีสิว รูปร่างอ้วน เด็กจะเป็นทุกข์ ซึ่งจริงๆ แล้วหากพ่อแม่ให้กำลังใจและทำให้เข้าใจว่าที่พ่อแม่ภูมิใจไม่ใช่สิ่งเหล่านี้ เด็กก็จะเริ่มรู้จักค่านิยมว่าคุณค่าของตนเองไม่ใช่คุณค่าจากรูปลักษณ์ทางเพศแต่เป็นคุณค่าภายใน

นอกจากนี้ ควรสอนในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง ผู้ชายกับผู้หญิงมีความเข้าใจในเรื่องเพศแตกต่างกัน ซึ่งจะทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความเคารพและระมัดระวังในความสัมพันธ์ชายกับหญิงมากขึ้น เด็กต้องรู้ว่าเพศสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นสิ่งซับซ้อน เมื่อมีเพศสัมพันธ์ต้องได้รับการดูแลที่ปลอดภัย ไม่เช่นนั้นจะประสบปัญหาโรคทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม นี่เป็นองค์ประกอบจากวิถีชีวิต การพูดคุย การเรียนรู้อย่างเป็นทางการ ความอยากรู้อยากเห็นนั้นมีอยู่ในทุกคน แต่พ่อแม่ควรสอนให้เด็กเข้าใจและควบคุมดูแลตนเองให้ดี เพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยที่ดีให้กับลูกนั่นเอง

สนใจข้อมูลการเลี้ยงลูกอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย หรือปรึกษาปัญหาพฤติกรรมเด็ก ติดต่อได้ที่ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โทร. 0-2412-0738, 0-2412-9834 www.thaichildrights.org



ข้อมูลจาก :
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6075 หน้า 35

 
บทความต่อไป: ไข้เลือดออกระบาด
 คำเฉพาะประจำสัปดาห์: 
ฝึกฝนลูกรัก รู้จักตนเอง | เรียกเข้าระบบ หรือ ลงทะเบียน | 0 ความเห็น
คะแนนอย่างต่ำ
ความเห็นเป็นของผู้ส่งเข้ามา ทางเราไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเห็นนั้นๆได้


Web site กระทรวงสาธารณสุขสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ (พิษณุโลก) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย

โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 โทร 055-682030-42
อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน แจ้ง หน่วยกู้ชีพศรีสังวร โทร 1669 หรือ 055-681331

Powered by the AutoTheme HTML Theme System
Page created in 0.115849 Seconds