ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย

Login

 
 ชื่อเรียก
 รหัสผ่าน
 จำชื่อและรหัสผ่าน

Main Menu

 
 หน้าหลัก
 QualityOnline
 WWW3
 SSWRisk
 KMnet

บริการ
 ข้อมูลทั่วไปโรงพยาบาล
 แผนที่ที่ตั้งโรงพยาบาล
 ปฎิทินกำหนดการ
 โทรศัพท์ภายใน
 อนุสรณ์ 60 ปี ศรีสังวร
 รายงานการประชุม กบห.
 ตารางแพทย์ตรวจOPD
 ตรวจสอบสิทธิ : สุโขทัย
 ตรวจสอบสิทธิ : จ่ายตรง
 ตรวจสอบสิทธิ : ธนาคาร
 รายงานยอดผู้ป่วยใน
 อัตราครองเตียงผู้ป่วยใน
 การแยกประเภทผู้ป่วยใน
 ประวัติการรักษาผู้ป่วย
 อัตราค่ารักษาพยาบาล
 พจนานุกรม
 กระดานข่าว
 ห้องสมุด
 อัลบัมภาพ
 ค้นหา

หน่วยงาน

 

แบบฟอร์มต่าง ๆ ของ รพ.
 แบบฟอร์มต่าง ๆ

กิจกรรมคุณภาพ
 กิจกรรม 5ส.

ศูนย์ ICT
 ระบบ Finger Scan

กลุ่มภารกิจอำนวยการ
 ระเบียบ/คำสั่ง

กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล
 ข่าว/ประกาศรับสมัครงาน
 ข่าว/ประกาศการย้าย
 ระเบียบ/คำสั่ง
 แบบฟอร์มเลื่อนระดับ

กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคล
 ข้อมูลอัตราพัฒนาบุคลากร

กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ
 แผนการลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้าง
 บัญชีครุภัณฑ์การแพทย์ ครุภัณฑ์อื่นและสิ่งก่อสร้าง
 แผนพัสดุครุภัณฑ์ประจำปี
 แผน CUP อ.ศรีสำโรง
 Form Template สำหรับเสนอข่าวสารโรงพยาบาล

กลุ่มงานเภสัชกรรม
 แนวทางการปฏิบัติงาน

กลุ่มการพยาบาล
 ตารางเวรตรวจการพยาบาล
 งาน IC
 ศูนย์ประคับคองฯ
 งานคุณภาพการพยาบาล
 คลินิกเคมีบำบัด

กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม
 ตรวจสุขภาพเชิงรุก

กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู
 กายภาพบำบัด
 กิจกรรมบำบัด
 แพทย์แผนไทย
 KM เวชกรรมฟื้นฟู

กลุ่มงานบริหารทั่วไป
 ข่าวสารและแบบฟอร์มเกี่ยวกับบ้านพัก รพ.

Web Admin
 จัดการเวบหน่วยงาน

xraypacs xraypacs












รายการใช้วัสดุ-เพื่อเสนอราคา


KM srisangworn



sahakorn srisangworn


หัวข้อหลัก > สุขภาพ : ย้อนกลับ
 
"ไวรัสโรต้า" อันตรายในบ้านที่อย่ามองข้าม

เมื่อ วันอังคาร 21 กันยายน 2010 - 16:03 ::: ผู้บันทึก: ict003 ::: 29611 คนอ่าน  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

สุขภาพ
ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นช่วงเวลาของฤดูฝน ทำให้ทุกบ้านใส่ใจป้องกันโรคที่มีสาเหตุมาจากยุงกัน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาของการเพาะพันธุ์ยุงที่เป็นพาหะตามแหล่งน้ำขังต่างๆ จนหลงลืมดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยในด้านอื่นๆ เช่น การขับถ่ายที่บางครั้งมีอาการรุนแรงจนกลายเป็นโรคท้องร่วง หลายคนมองว่าเป็นโรคที่จะเกิดขึ้นได้เฉพาะฤดูร้อน แต่โรคท้องร่วงน่ากลัวกว่าที่คิด เพราะสามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็กที่ยากต่อการหลีกเลี่ยงและมีความเสี่ยงต่อโรคนี้ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต


"พญ. ศุภรัตนา คุณานุสนธิ์" กุมารแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี สะท้อนความเห็นว่า จากอุบัติการณ์ทั่วโลก สาเหตุของอาการท้องร่วงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งในเด็กเล็ก "เชื้อไวรัสโรต้า" นับเป็นเชื้อไวรัสที่พบบ่อยที่สุด ก่อให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับอาการท้องร่วงที่มาจากการติดเชื้อไวรัสอื่นๆ แม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วในแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกาก็ยังสามารถเกิดโรคนี้ได้ โดยเฉพาะในอเมริกาที่มีการระบาดของโรคท้องร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้า ซึ่งในแต่ละปีมีผู้ป่วยโรคนี้นับล้านคน แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ มีเด็กเสียชีวิตจากโรคนี้เฉลี่ย 100 คนต่อปี และรุนแรงที่สุดทั่วโลกโดยมีเด็กเสียชีวิตถึงปีละล้านคน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ของแต่ละพื้นที่ในการรักษาและช่วยชีวิตเด็กไว้ได้มากน้อยแค่ไหน โดยจะเห็นได้ว่าแม้แต่ประเทศที่มีความรู้ด้านสาธารณสุขและสุขอนามัยก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าได้ ฉะนั้นทุกคนควรหันมาทำความรู้จักกับไวรัสโรต้าให้มากขึ้น เพื่อเตรียมรับมือกับโรคนี้ได้อย่างถูกต้อง

       แม้เชื้อไวรัสตัวนี้จะพบมากในช่วงฤดูหนาว แต่ก็ขึ้นอยูกับการดูแลรักษาความสะอาดสุขอนามัย เพราะทุกคนสามารถรับเชื้อได้จากการรับประทานอาหารที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ โดยเฉพาะในเด็กที่ชอบหยิบสิ่งของเข้าปาก ชอบอมของเล่นที่มีเชื้อโรคเกาะอยู่ เนื่องจากเชื้อไวรัสโรต้าจะมีชีวิตอยู่ตามวัตถุสิ่งของในอุณภูมิปกติ โดยระยะฟักตัวของโรคนี้จะเกิดขึ้นหลังจากได้รับเชื้อเกิน 48 ชั่วโมง

       "ไวรัสโรต้า เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายมาก เนื่องจากมันชอบแฝงตัวอยู่ตามสิ่งของต่างๆ เช่น ของเล่น ซึ่งจะมีชีวิตอยู่ได้นานหลายวัน โดยก่อให้เกิดโรคในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด รวมถึงสัตว์ปีกด้วย ซึ่งจัดเป็น RNA ไวรัส ที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงในเด็กเล็กอายุระหว่าง 3 เดือนไปจนถึง 2 ขวบ" พญ. ศุภรัตนา กล่าว
  
    ขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่บางคนยังนิ่งนอนใจกับอาการท้องร่วงของลูกน้อยคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเด็กในวัย 3 เดือนถึง 2 ขวบ เป็นวัยที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงจากไวรัสโรต้าได้มากที่สุด โดยจะมีอาการไข้ อาเจียน ท้องเสียโดยถ่ายเหลวเป็นระยะ 1-2 วัน ซึ่งมีกลิ่นเหม็นเน่า หรืออาจพบอุจจาระเป็นมูกแต่ไม่มีเลือดปนประมาณ 5-7 วัน

       "หากพบปัญหาดังกล่าว คุณพ่อคุณแม่สามารถรักษาในเบื้องต้นโดยการให้ลูกดื่มน้ำเกลือแร่สำหรับเด็ก เพราะขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง แต่หากเกินกว่านั้นควรรีบพาไปพบแพทย์ด่วน เนื่องจากไม่มียารักษาเฉพาะ แต่จะรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น หรือแนะนำให้ชงนมจางลงกว่าเดิม หรือเลือกนมที่ไม่มีแลตโตสให้กับลูก เพราะในช่วงที่เด็กท้องร่วงลำไส้จะลดเอนไซม์ในการย่อยแลตโตสชั่วคราว ในรายที่ท้องร่วงและอาเจียนมากๆ อาจจะต้องนอนเพื่อให้แพทย์ตรวจดูอาการที่โรงพยาบาล 1-2 วัน "
       
       อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพของลูกน้อยให้ปลอดภัยจากโรคท้องร่วงจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ กุมารแพทย์จึงฝากเตือนทุกบ้านว่า คุณพ่อคุณแม่จะต้องใส่ใจเรื่องสุขอนามัยให้มาก เช่น ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อลูกสัมผัสกับของเล่นหรือสิ่งของของผู้อื่นที่ไม่แน่ใจว่าจะมีเชื้อโรคอยู่หรือไม่ และควรทำความสะอาดของเล่นของลูกเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือช่วยให้ความรุนแรงของอาการลดน้อยลง แม้ว่าปัจจุบันจะมีวัคซีนหยอดเพื่อป้องกันเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถลดการติดเชื้อได้หรือลดความรุนแรงของอาการได้ก็จริง แต่ข้อเสียของวัคซีนตัวนี้ก็มีไม่น้อย ทั้งราคาค่อนข้างแพง การใช้วัคซีนจึงอยู่ในวงจำกัด และไม่ได้อยู่ในโปรแกรมของการให้วัคซีนแก่เด็กทั่วประเทศอีกด้วย




ที่มา :
ผู้จัดการ Online
คอลัมน์ Life & Family | Family In Trend
20 กันยายน 2553
 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

 
· ข้อมูลเพิ่มเติม สุขภาพ
· เสนอข่าวโดย ict003


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด สุขภาพ:
หน่วยกู้ชีพศรีสังวร

บทความต่อไป: มหัศจรรย์ 5 สัมผัสสร้างลูกให้ฉลาดตั้งแต่อยู่ในครรภ์
 คำเฉพาะประจำสัปดาห์: 
"ไวรัสโรต้า" อันตรายในบ้านที่อย่ามองข้าม | เรียกเข้าระบบ หรือ ลงทะเบียน | 0 ความเห็น
คะแนนอย่างต่ำ
ความเห็นเป็นของผู้ส่งเข้ามา ทางเราไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเห็นนั้นๆได้


Web site กระทรวงสาธารณสุขสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ (พิษณุโลก) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย

โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 โทร 055-682030-42
อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน แจ้ง หน่วยกู้ชีพศรีสังวร โทร 1669 หรือ 055-681331

Powered by the AutoTheme HTML Theme System
Page created in 0.362059 Seconds