ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย

Login

 
 ชื่อเรียก
 รหัสผ่าน
 จำชื่อและรหัสผ่าน

Main Menu

 
 หน้าหลัก
 QualityOnline
 WWW3
 SSWRisk
 KMnet

บริการ
 ข้อมูลทั่วไปโรงพยาบาล
 แผนที่ที่ตั้งโรงพยาบาล
 ปฎิทินกำหนดการ
 โทรศัพท์ภายใน
 อนุสรณ์ 60 ปี ศรีสังวร
 รายงานการประชุม กบห.
 ตารางแพทย์ตรวจOPD
 ตรวจสอบสิทธิ : สุโขทัย
 ตรวจสอบสิทธิ : จ่ายตรง
 ตรวจสอบสิทธิ : ธนาคาร
 รายงานยอดผู้ป่วยใน
 อัตราครองเตียงผู้ป่วยใน
 การแยกประเภทผู้ป่วยใน
 ประวัติการรักษาผู้ป่วย
 อัตราค่ารักษาพยาบาล
 พจนานุกรม
 กระดานข่าว
 ห้องสมุด
 อัลบัมภาพ
 ค้นหา

หน่วยงาน

 

แบบฟอร์มต่าง ๆ ของ รพ.
 แบบฟอร์มต่าง ๆ

กิจกรรมคุณภาพ
 กิจกรรม 5ส.

ศูนย์ ICT
 ระบบ Finger Scan

กลุ่มภารกิจอำนวยการ
 ระเบียบ/คำสั่ง

กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล
 ข่าว/ประกาศรับสมัครงาน
 ข่าว/ประกาศการย้าย
 ระเบียบ/คำสั่ง
 แบบฟอร์มเลื่อนระดับ

กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคล
 ข้อมูลอัตราพัฒนาบุคลากร

กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ
 แผนการลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้าง
 บัญชีครุภัณฑ์การแพทย์ ครุภัณฑ์อื่นและสิ่งก่อสร้าง
 แผนพัสดุครุภัณฑ์ประจำปี
 แผน CUP อ.ศรีสำโรง
 Form Template สำหรับเสนอข่าวสารโรงพยาบาล

กลุ่มงานเภสัชกรรม
 แนวทางการปฏิบัติงาน

กลุ่มการพยาบาล
 ตารางเวรตรวจการพยาบาล
 งาน IC
 ศูนย์ประคับคองฯ
 งานคุณภาพการพยาบาล
 คลินิกเคมีบำบัด

กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม
 ตรวจสุขภาพเชิงรุก

กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู
 กายภาพบำบัด
 กิจกรรมบำบัด
 แพทย์แผนไทย
 KM เวชกรรมฟื้นฟู

กลุ่มงานบริหารทั่วไป
 ข่าวสารและแบบฟอร์มเกี่ยวกับบ้านพัก รพ.

Web Admin
 จัดการเวบหน่วยงาน

xraypacs xraypacs












รายการใช้วัสดุ-เพื่อเสนอราคา


KM srisangworn



sahakorn srisangworn


หัวข้อหลัก > สุขภาพ : ย้อนกลับ
 
พาลูก "เรียน-เล่น" อย่างไรไม่ทำร้ายเด็ก

เมื่อ วันพฤหัสบดี 24 มีนาคม 2011 - 13:00 ::: ผู้บันทึก: ict003 ::: 35555 คนอ่าน  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

สุขภาพเมื่อพูดถึง "เด็ก" กับ "การปิดเทอม" เชื่อว่า หลาย ๆ คนวนเวียนอยู่กับการเรียนที่คุณพ่อคุณแม่จัดหาไว้ให้เพื่อเสริมทักษะด้านต่าง ๆ หรือเตรียมความพร้อมสู่การเปิดเทอมใหม่ ในขณะที่บางคนถูกปล่อยให้อยู่กับการเล่นอย่างอิสระเนื่องจากพ่อแม่ไม่มีเวลาสร้างกิจกรรม หรือเข้ามีบทบาทในการเล่นกับลูก

โดยทั้งสองกิจกรรมข้างต้น ไม่ว่าจะเรียน หรือเล่น หากมากเกินไปสำหรับเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ อย่างเด็กวัยอนุบาล และเด็กปฐมวัย อาจส่งผลลบต่อตัวเด็กได้ วันนี้ทีมงาน Life & Family มีคำแนะนำดี ๆ ในการจัดคอร์สเรียน และเล่นอย่างเหมาะสมจาก พญ.สุธิรา ริ้วเหลือง จิตแพทย์เด็ก และวัยรุ่น โรงพยาบาลพระนั่งเกล้ามาฝากเป็นแนวทางกันครับ

เรียนอย่างไรให้พอดี

ช่วงเวลาปิดเทอมแบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านกำลังมองหาที่เรียนเสริมให้ลูกกันไม่มากก็น้อย จิตแพทย์เด็กท่านนี้ มองว่า ควรดูความเหมาะสมของเด็กเป็นหลัก โดยเด็ก 5-6 ขวบ สมองจะเริ่มคงที่ และพร้อมที่จะเรียนรู้ แต่ต้องดูความพร้อมของลูกมาเป็นอันดับแรกด้วย เช่น เรื่องสมาธิ ซึ่งเด็กบางคนอาจยังไม่พร้อมที่จะเรียน ในขณะที่บางคนสามารถอยู่กับสิ่งที่เรียนได้ดี

"การเรียนเสริม บางครั้งลูกเรียนไม่ไหว แต่ด้วยความเป็นพ่อแม่ อยากฝึกให้ลูกอดทน เข้มแข็ง ตรงนี้อยากแนะนำว่า ถ้าลูกไม่ได้เกลียดวิชานี้มาก ก่อนอื่นเราควรให้กำลังใจเขา แต่ถ้าลูกทำไม่ได้ เครียด ร้องไห้ หรือมีอาการทางร่างกายอื่น ๆ ที่เรามองว่าลูกเริ่มไม่ไหวแล้ว เราควรถอยมานิดนึง และหากิจกรรมอื่นให้ลูกจะดีกว่า" จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นให้แนวทาง พร้อมทั้งบอกต่อว่า การเปลี่ยนที่เรียนควรเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะลูกจะติดนิสัยเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เมื่อเขาเรียนไม่ได้

อย่างไรก็ดี การส่งลูกเรียนเสริมในช่วงปิดเทอมนั้น จิตแพทย์เด็กท่านนี้ แนะต่อไปว่า คุณพ่อคุณแม่ควรคุยกับครูในสถาบันสอนเสริมแห่งนั้น ๆ ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้เด็กได้ทดลองเรียนดูก่อน เพื่อจะได้ดูความพร้อม และไม่ต้องเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ เช่น ให้ลูกเรียนเปียโน ถ้าสามารถเรียนได้ และลูกชอบก็ให้เรียนต่อไป แต่ถ้าลูกไม่ชอบ หรือไม่มีสมาธิในการเรียน ควรมองหากิจกรรมอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับวัยจะดีกว่า

"พ่อแม่ทุกท่านอยากให้ลูกเรียนเก่ง อ่านออกเขียนได้ อนาคตจะได้เรียนสูง ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับครอบครัว แต่ทั้งนี้ควรดูลูกเป็นหลัก คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านมองออกอยู่แล้วว่าลูกเราแนวไหน ถ้ามองแล้วลูกไปไม่ไหวก็ควรลดความคาดหวังลง แต่ถ้ายังให้ลูกฝืนทั้งลูกและพ่อแม่ก็เครียดตามไปด้วย" จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นกล่าว

 
ขอบคุณ : ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

เล่นอย่างไรให้พอดี

ส่วนการเล่นอย่างไรให้พอดีและเหมาะสมนั้น จิตแพทย์เด็กรายนี้ แนะนำต่อว่า การเล่นมีความสำคัญกับเด็กมาก โดยการเล่นมีอยู่ 2 แบบ คือ การเล่นแบบอิสระ เช่น วิ่งเล่น ขี่จักรยาน ซ่อนหา และการเล่นฝึกพัฒนาการ เช่น วาดภาพ ปั้น ระบายสี ร้องเพลง ซึ่งการเล่นเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดอย่างสมดุล โดยเฉพาะเวลาในการเล่น

"ใน 1 วันคุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาเล่น และอยู่กับลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรืออย่างน้อย ๆ ควรจะมีท่านใดท่านหนึ่งเสียสละเวลาให้กับลูกเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะลูกอาจเสี่ยงต่อการติดเพื่อน ติดเกม หรือติดโทรทัศน์ นำไปสู่ปัญหาทางอารมณ์ตามมา ซึ่งแต่ละกิจกรรม ไม่ว่าจะอาบน้ำ กินข้าว หรือการเล่น เด็กควรมีการยืดหยุ่น ไม่ควรกำหนด หรือควบคุมเด็กมากเกินไป" จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นกล่าว

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ลูกติดเล่นไม่ยอมเลิก ตรงนี้คุณหมอให้แนวทางว่า ค่อย ๆ บอกลูกโดยเริ่มต้นจากบอกให้ลูกรู้ตัวก่อน เมื่อไม่ได้ผล เริ่มหาสิ่งที่ลูกสนใจมาแทนที่สิ่งที่ลูกกำลังเล่นอยู่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่ถ้าลูกยังไม่ยอมเลิกเล่น ถึงแม้จะร้องอย่างไร ไม่ควรตามใจ แต่ทั้งนี้ต้องดึงความสนใจเป็นระยะ ๆ ด้วย

"คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรคาดหวังว่าลูกจะรับผิดชอบในทุก ๆ เรื่อง โดยเฉพาะลูกวัยอนุบาล แต่ใครสักคนควรแบ่งเวลามาอยู่กับลูก เพราะไม่เช่นนั้น ลูกจะไปเล่นกับเกม หรือโทรทัศน์แทน ตรงนี้จะส่งผลต่อพัฒนาการลูกได้ โดยเฉพาะปัญหาอารมณ์ เด็กอาจเลียนแบบพฤติกรรมไม่เหมาะสมจากเพื่อน หรือสื่อได้" จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นทิ้งท้ายถึงพ่อแม่ทุกท่าน

ที่มา :
ผู้จัดการ Online
คอลัมน์ Life & Family | How To
23 มีนาคม 2554

 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

 
· ข้อมูลเพิ่มเติม สุขภาพ
· เสนอข่าวโดย ict003


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด สุขภาพ:
หน่วยกู้ชีพศรีสังวร

บทความต่อไป: "ไวรัสโรต้า" อันตรายในบ้านที่อย่ามองข้าม
 คำเฉพาะประจำสัปดาห์: 
พาลูก "เรียน-เล่น" อย่างไรไม่ทำร้ายเด็ก | เรียกเข้าระบบ หรือ ลงทะเบียน | 0 ความเห็น
คะแนนอย่างต่ำ
ความเห็นเป็นของผู้ส่งเข้ามา ทางเราไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเห็นนั้นๆได้


Web site กระทรวงสาธารณสุขสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ (พิษณุโลก) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย

โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 โทร 055-682030-42
อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน แจ้ง หน่วยกู้ชีพศรีสังวร โทร 1669 หรือ 055-681331

Powered by the AutoTheme HTML Theme System
Page created in 0.145723 Seconds