ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย

Login

 
 ชื่อเรียก
 รหัสผ่าน
 จำชื่อและรหัสผ่าน

Main Menu

 
 หน้าหลัก
 QualityOnline
 WWW3
 SSWRisk
 KMnet

บริการ
 ข้อมูลทั่วไปโรงพยาบาล
 แผนที่ที่ตั้งโรงพยาบาล
 ปฎิทินกำหนดการ
 โทรศัพท์ภายใน
 อนุสรณ์ 60 ปี ศรีสังวร
 รายงานการประชุม กบห.
 ตารางแพทย์ตรวจOPD
 ตรวจสอบสิทธิ : สุโขทัย
 ตรวจสอบสิทธิ : จ่ายตรง
 ตรวจสอบสิทธิ : ธนาคาร
 รายงานยอดผู้ป่วยใน
 อัตราครองเตียงผู้ป่วยใน
 การแยกประเภทผู้ป่วยใน
 ประวัติการรักษาผู้ป่วย
 ระบบ Finger Scan
 พจนานุกรม
 กระดานข่าว
 ห้องสมุด
 อัลบัมภาพ
 ค้นหา
 อัตราค่ารักษาพยาบาล

หน่วยงาน

 

กลุ่มอำนวยการ
 ระเบียบ/คำสั่ง

กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ
 แผนการลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้าง
 บัญชีครุภัณฑ์การแพทย์ ครุภัณฑ์อื่นและสิ่งก่อสร้าง
 แบบเสนอความต้องการพัสดุ
 แผน CUP อ.ศรีสำโรง
 Form Template สำหรับเสนอข่าวสารโรงพยาบาล

กลุ่มงานเภสัชกรรม
 แนวทางการปฏิบัติงาน

กลุ่มการพยาบาล
 ตารางเวรตรวจการฯ
 งาน IC
 ศูนย์ประคับคองฯ
 งานคุณภาพการพยาบาล
 คลินิกเคมีบำบัด

กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม
 ตรวจสุขภาพเชิงรุก

กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู
 กายภาพบำบัด
 กิจกรรมบำบัด
 แพทย์แผนไทย
 KM เวชกรรมฟื้นฟู

กลุ่มงานบริหารทั่วไป
 ข่าวสารบ้านพัก รพ.

Web Admin
 จัดการเวบหน่วยงาน

xraypacs xraypacs












รายการใช้วัสดุ-เพื่อเสนอราคา


KM srisangworn



sahakorn srisangworn


หัวข้อหลัก > ไข้หวัดนก : ย้อนกลับ
 
คําถาม-ตอบเรื่องไข้หวัดนก

เมื่อ วันพุธ 10 พฤศจิกายน 2004 - 17:57 ::: ผู้บันทึก: Admin ::: 8434 คนอ่าน  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

ไข้หวัดนกคําถาม-ตอบเรื่องไข้หวัดนก
กลุ่มโรคติดต่ออุบัติใหม่-อุบัตซ้ำ

สํานักโรคติดต่อทั่วไป 9พ.ย.2547

1.ไข้หวัดนกคืออะไร

ไข้หวัดนกหรือไข้หวัดใหญ่สัตว์ปีก เป็นโรคของสัตว์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ ซึ่งปกติ จะเกิดกับนกสัตว์ปีก อาจพบในสัตว์อื่นได้บ้าง เช่น เสือหม ู(ในต่างประเทศ) โรคนี้มีทั้งชนิดรุนแรง และไม่รุนแรง โดยสายพันธุ์ที่กําลังระบาด ในประเทศไทย ขณะนี้คือสายพันธุ์H5N1 ซึ่งเป็นชนิดรุนแรง

2.สัตว์ปีกที่ป่วยจะมีอาการอย่างไร

ในสัตว์ปีกมีไข้หงอยซึม ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง หน้าหงอนเหนียงบวม มีสีแดงคล้ำ มีจุดเลือดออกที่หน้าแข้ง ไอจามน้ำมูกไหล อาจท้องเสีย ชัก และไข่ลด หรือไข่มีลักษณะผิดปกติ ตายรวดเร็ว การระบาดมักรุนแรง และทําให้ไก่ตายเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไก่และไก่งวงมักป่วยรุนแรง โดยทั่วไปเป็ด ห่านมักทนโรคมากกว่า และมักไม่ป่วย แต่การระบาดในปี2547นี้ ทั้งในเวียดนามและในประเทศไทย พบเป็ดป่วยและตายด้วยโรคนี้ด้วย

3. คนติดโรคไข้หวัดนกได้อย่างไร

ส่วนใหญ่ติดโรคจากการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วย หรือตายด้วยโรคไข้หวัดนก โดยเชื้อไวรัสในน้ำมูกน้ำลาย และมูลของสัตว์ป่วย อาจติดมากับมือ และเข้าสู่ร่างกายคน ทางเยื่อบุจมูกและตา ผู้ป่วยบางรายติดเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม เช่น การไปคลุกคลีในบริเวณที่มีมูลไก่อยู่

4. ผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกมีอาการอย่างไร

ในคนหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 3-7 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไอแห้งๆ และ อาจมีน้ำมูกน้ำตาไหล ตาแดงด้วย ผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจําตัวอาจป่วยรุนแรง เกิดอาการหายใจลําบาก หรือหอบ จากปอดบวมอักเสบ และอาจมีอาการระบบหายใจล้มเหลว อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเสียชีวิตได้

5. ควรดูแลผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกอย่างไร
หากมีผู้ป่วยมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่และมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีโรคไข้หวัดนกระบาดอยู่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

6. ไข้หวัดนกต่างจากไข้หวัดใหญ่ทั่วไปอย่างไร

อาการทั่วไปจะคล้ายคลึงกัน คือ ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไอแห้งๆ แต่ไข้หวัดนกมักจะพบในเด็ก และอาการรุนแรงกว่า คือมีปอดบวม ภาวะหายใจล้มเหลวอย่างรวดเร็ว การวินิจฉัยที่สําคัญ คือ การมีประวัติสัมผัสกับสัตว์ปีก หรือ การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยไข้หวัดนก ร่วมด้วย นอกจากนี้ ยังต้องอาศัยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยท่านสามารถรับ การตรวจวินิจฉัย ได้จากแพทย์ในสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง

7. มีการติดต่อจากคนสู่คนหรือไม่

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐาน ที่ยืนยันได้ชัดเจนว่า มีการติดต่อจากคนสู่คน อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัย จึงไม่ควรสัมผัส ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่สงสัยไข้หวัดนก หรือโรคปอดบวม โดยปฏิบัติตาม คําแนะนําเรื่องการเยี่ยมไข้ หรือ การดูแลผู้ป่วยของแพทย์ อย่างเคร่งครัด

8. สถานการณ์ไข้หวัดนกในขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างไร

เคยมีการระบาดครั้งที่ 1 เมื่อพ.ย.46-ม.ค.47 การระบาดครั้งนี้เป็นการระบาดรอบที่ 2 โดยขณะนี้ มีผู้ป่วยยืนยันโรคแล้ว 5 ราย เสียชีวิต 4ราย ขณะนี้ยังมีรายงานการป่วยตายของไก่ กระจายอยู่ในหลายจังหวัด ซึ่งแสดงว่ายังมีความเสี่ยงของโรคอยู่มาก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ของประชาชน รัฐบาลจึงประกาศให้ทุกจังหวัด เป็นเขตการระบาดของโรคไข้หวัดนก (สถานการณ์รายวัน ท่านสามารถตรวจสอบได้ที่www.moph.go.th)

9. ทําไมไข้หวัดนกจึงกลับมาระบาดในช่วงนี้

ในการระบาดครั้งแรก เรามีมาตรการทําลายสัตว์ในจุดที่ตรวจพบเชื้อไข้หวัดนก และสัตว์ปีกในรัศมี 5 กิโลเมตร การเฝ้าระวังโรคในสัตว์ รัศมี 50 กิโลเมตร ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ภายในรัศมี 60 กิโลเมตร แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ได้มีการทําตามที่กําหนดอย่างเคร่งครัด จึงน่าจะยังมีเชื้อหลงเหลืออยู่อาจเป็นในไก่ ไม่ว่าจะเป็นไก่บ้าน ไก่ฟาร์ม ไก่ชน เป็ด ห่าน นกสวยงาม หรือกระทั่งในนกธรรมชาติ ซึ่งหากไก่ชน เป็ด ห่านเป็นโรค จะไม่แสดงอาการมากหรือล้มตายมาก เช่น ไก่ ทําให้สังเกตอาการยาก บางครั้งมีสัตว์ป่วยตายผิดปกติก็ไม่ได้มีการดําเนินการต่อ และ ประชาชนบางส่วนอาจจะละเลย ในการป้องกันตนเองจากสัตว์ป่วย จึงทําให้เกิดการระบาดในช่วงนี้ และ ทําให้ยังควบคุมโรคไม่ได้

10. มีความเป็นได้มากน้อยเพียงใดที่เชื้อจะกลายพันธุ์

ทําให้ติดต่อจากคนสู่คน จากผลการตรวจเชื้อ ในผู้ป่วยไข้หวัดนกรายล่าสุด ที่อาจเกิดจากการติดต่อจากคนสู่คนนั้น พบว่ายังคงเป็นสายพันธุ์เดิม ที่เกิดการระบาดอยู่ในปัจจุบัน คือ H5N1 ยังไม่มีการกลายพันธุ์แต่อย่างใด ส่วนเรื่องความเป็นไปได้ เรื่องการกลายพันธุ์ หากคนหรือหมูเป็นไข้หวัดใหญ่อยู่เดิม แล้วติดเชื้อไข้หวัดนกซ้ำซ้อนเข้าไป อาจจะทําให้เชื้อไวรัสไข้หวัดนก เกิดการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ และรุนแรงมากขึ้น และอาจพัฒนา เป็นการติดต่อจากคนสู่คน และเกิดการระบาด ในวงกว้างขวางได้

11. ควรใช้วัคซีนป้องกันไข้หวัดนกสําหรับสัตว์หรือไม่อย่างไร

การใช้วัคซีนในสัตว์นั้น มีข้อดีและข้อเสียเป็นที่วิพากย์วิจารณ์กันมาก เราจําเป็นต้องชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและข้อเสีย

ข้อด

  • ลดจํานวนการป่วยตายในสัตว์ได้
  • ลดปริมาณเชื้อไวรัสที่สัตว์ขับออกมา
  • ลดปริมาณสัตว์ที่จะเป็นรังโรคที่จะก่อให้เกิดการระบาด

ข้อเสีย

  • การที่สัตว์ไม่ค่อยป่วย หรือไม่มีอาการ จะทําให้ไม่สามารถตรวจจับการระบาดได้
  • สัตว์ที่ฉีดวัคซีนถึงจะมีปริมาณเชื้อไวรัสอยู่ในตัวน้อยลงแต่ก็ยังคงมีและขับออกมาทําให้แพร่เชื้อได้
  • ทําให้เกิดความเสี่ยงในการที่ไวรัสจะกลายพันธุ์ได้

การใช้วัคซีนที่จะได้ผลนั้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขคือ ต้องมีการควบคุม การป้องกัน การควบคุมโรคเข้าฟาร์ม การกํากับดูแลการใช้วัคซีน การติดตามการติดเชื้อในพื้นที่ มาตรการการทําลายสัตว์ทิ้ง ร่วมกับการใช้วัคซีน ฯลฯ การระมัดระวังป้องกันตัวของประชาชนของเราเองก็ยังหละหลวม จากการตรวจสอบประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ ก็ยังไม่สามารถหยุดการแพร่เชื้อได้ทันที ทําให้วัคซีนไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน การใช้วัคซีนจึงถือเป็นการผิดกฎหมาย ในประเทศไทยเองมีการลักลอบใช้วัคซีน ซึ่งทําให้ไม่สามารถควบคุมการแพร่เชื้อได้

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการพิจารณาการใช้วัคซีนไข้หวัดนกในสัตว์ จึงมีมติห้ามไม่ให้ใช้วัคซีน ยกเว้นนกสวยงาม หายาก สัตว์อนุรักษ์ บางชนิดที่สามารถควบคุมได้ อนุญาตให้มีการศึกษาทดลองวัคซีนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ การควบคุมอย่างเคร่งครัด

12. มีวัคซีนป้องกันโรคในคนหรือไม่อย่างไร

ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนไข้หวัดนก เชื้อสาย H5N1 ในคน วัคซีนที่ใช้อยู่เป็นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งประกอบด้วย 3 สายพันธุ์ (ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A 2 สายพันธุ์คือ H3N2, H1N1 และ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด B) การจะเลือกใช้วัคซีนสายพันธุ์ใด ขึ้นอยู่กับแนวโน้มการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่แต่ละปี ซี่งจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ ไม่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดนก ที่แพร่ระบาดมาจากสัตว์ปีกได้ แต่มีผลทางอ้อม ต่อการป้องกันการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรม ระหว่างเชื้อไข้หวัดใหญ่ และเชื้อไข้หวัดนกในตัวคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ป้องกันการเกิดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่สามารถติดต่อจากคนถึงคนได้อย่างรวดเร็ว และทําให้มีการระบาดไปทั่วโลก

13. ปัจจุบันมียารักษาไข้หวัดนกหรือไม่

นอกเหนือจากการรักษาพยาบาลแบบประคับประคองทั่วไป และรักษาตามอาการเช่น การให้น้ำเกลือ การให้ยาตามอาการแล้ว ยังมียาต้านไวรัสที่จะสามารถช่วยรักษาไข้หวัดนกได้ หากแต่ผู้ป่วยต้องได้รับยาดังกล่าวอย่างรวดเร็ว และถูกต้อง นั่นคือต้องมีการวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วอีกด้วย

14. ในช่วงนี้ประชาชนควรปฏิบัติตัวอย่างไร

  • หากพบว่ามีไก่หรือสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ ประชาชนต้องเป็นหูเป็นตา ช่วยแจ้งกับปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรืออบต.โดยด่วน
  • สัตว์ที่ป่วยตายอย่าทิ้งทั่วไปอย่าทิ้งลงน้ำอย่านําไปรับประทานหรือนําไปให้สัตว์อื่นกิน
  • ต้องมีการกําจัดซากสัตว์ด้วยการฝังอย่างถูกวิธี
  • ผู้บริโภคยังสามารถกินไก่และไข่ได้ตามปกติแต่ต้องทําให้สุกทั่วถึงและนานพอ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสไก่และสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิดห้ามดูดเสมหะให้ไก่ชนอย่างเด็ดขาด
  • ถึงแม้ขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีการติดต่อจากคนสู่คน เราก็ไม่ควรประมาท เพราะอย่างน้อย ก็เป็นการป้องกันไข้หวัดไปด้วย ดังนั้น หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย ที่มีอาการไข้หวัด และอย่าไอจามรดกัน
  • หากมีอาการไข้หวัด ร่วมกับประวัติสัมผัสไก่หรือสัตว์ปีก / ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคปอดบวม ให้รีบพบแพทย์

15. กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการเอ็กซเรย์ทุกพื้นที่และทุกคนที่มีการเจ็บป่วยหมายถึงอะไรอย่างไร

นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายใช้มาตรการเด็ดขาด ให้เวลา 1 เดือน ในการกวาดล้างโรคไข้หวัดนก ให้หมดสิ้นจากประเทศไทย เอ็กซเรย์ทุกตารางนิ้ว และเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค.47 คําว่า เอ็กซเรย์ทุกตารางนิ้ว มีทั้งด้านสธ. และปศุสัตว์

ด้านสาธารณสุข ได้มีการสั่งการให้อสม. เจ้าหน้าที่ของสธ. ร่วมกับอีกหลายฝ่ายในท้องที่ กํานันผู้ใหญ่บ้าน สํารวจในทุกพื้นที่ ในกรณีที่พบผู้ป่วยมีอาการไข้หวัด หายใจลําบาก หรือปอดอักเสบ และมีประวัติสัมผัสกับไก่ที่ป่วยตาย หรืออยู่ในหมู่บ้านที่มีไก่ป่วยตายมากผิดปกติมาก่อน ให้สันนิษฐานว่า อาจจะเป็นไข้หวัดนก จะต้องรีบแจ้งหน่วยงานตามลําดับ เพื่อให้จัดทีมเข้าไปสอบสวนโรค ในชุมชนทันที รวมทั้ง ประสานงานกับหน่วยงานอื่นในจังหวัด ในการเฝ้าระวัง และควบคุมการระบาดของโรค ให้สงบโดยเร็ว

ส่วนในด้านปศุสัตว์ได้มี การเฝ้าระวังหากมีไก่ หรือสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ ในท้องที่ใด ให้แจ้ง เพื่อจะตรวจหาเชื้อในสัตว์ ควบคุมการเคลื่อนย้าย ตลอดจนการทําลายสัตว์ที่ตรวจพบเชื้อ โดยเร็ว

16. ผลการดําเนินงานอย่างเข้มข้นในเดือนตุลาคม2547ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง

ในสัตว์ปีก พบพื้นที่การระบาดมากขึ้นกว่ารอบแรก อาจเป็นได้จากการเร่งค้นหาได้มากหรือมีการระบาดมากขึ้นจริง โดยการระบาดส่วนใหญ่เกิดในไก่พื้นบ้าน ไก่ชน ฟาร์มเล็ก ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อคน เพราะโอกาสสัมผัสใกล้ชิดมากกว่า นอกจากนี้ยังพบว่า มีการติดเชื้อมากขึ้นในเป็ดไล่ทุ่ง ในด้านการดําเนินงานด้านสาธารณสุข พบว่ามีการจัดการที่รวดเร็ว ทําให้ควบคุมการระบาด ได้เร็วขึ้น การเผยแพร่ความรู้ และคําแนะนําประชาชนได้ผลดี ประชาชนระมัดระวังป้องกันตัว การเฝ้าระวังโรคดีขึ้น มีผู้ป่วยเพิ่มเพียง 1 ราย จากการตรวจคัดกรองทั้งสิ้น 1,568 ราย ทั้งที่พื้นที่เสี่ยงมีมากขึ้น และจํานวนสัตว์ที่เสี่ยง ต่อการเป็นแหล่งโรคมีมากขึ้น (ไก่พื้นบ้านไก่ชนเป็ดไล่ทุ่ง) ประชาชน และเจ้าหน้าที่ ตื่นตัว เกิดความร่วมมือ อย่างกว้างขวาง ระหว่างเจ้าหน้าที่ และประชาชนในการสํารวจและควบคุมโรค

17. หลังจากครบเส้นกําหนดเดือนตุลาคมแล้วกระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการดําเนินงานต่อไปอย่างไร

เนื่องจากต่อจากนี้จะเริ่มเข้าฤดูหนาว ซึ่งประชาชนมีโอกาสเป็นโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว จึงต้องดําเนินการอย่างเข้มข้น เช่นที่ดําเนินการ ในเดือนตุลาคม อย่างต่อเนื่องจนสิ้นสุดฤดูหนาว เช่น ให้อสม.ช่วยเฝ้าระวังโรค ในหมู่บ้านต่อเนื่อง รพ.เน้นตรวจคัดกรอง ให้การรักษารวดเร็วทันท่วงที พัฒนาศักยภาพทางห้องปฏิบัติการในส่วนภูมิภาค เผยแพร่แนะนําประชาชน ให้ตื่นตัว ป้องกันโรคต่อไป ตลอดจน เร่งผลการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อนํามาปรับยุทธศาสตร์ สําหรับป้องกัน และควบคุมการระบาดในระยะยาวต่อไป

 

 

 

 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

 
· ข้อมูลเพิ่มเติม ไข้หวัดนก
· เสนอข่าวโดย Admin


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด ไข้หวัดนก:
สธ. แนะวิธีซื้อเป็ดไก่ ช่วงตรุษจีน

บทความต่อไป: สถานการณ์โรคไข้หวัดนกในคน 21 ตุลาคม 2548
 คำเฉพาะประจำสัปดาห์: 
คําถาม-ตอบเรื่องไข้หวัดนก | เรียกเข้าระบบ หรือ ลงทะเบียน | 0 ความเห็น
คะแนนอย่างต่ำ
ความเห็นเป็นของผู้ส่งเข้ามา ทางเราไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเห็นนั้นๆได้


Web site กระทรวงสาธารณสุขสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ (พิษณุโลก) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย

โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 โทร 055-682030-42
อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน แจ้ง หน่วยกู้ชีพศรีสังวร โทร 1669 หรือ 055-681331

Powered by the AutoTheme HTML Theme System
Page created in 0.143347 Seconds