ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย

Login

 
 ชื่อเรียก
 รหัสผ่าน
 จำชื่อและรหัสผ่าน

Main Menu

 
 หน้าหลัก
 QualityOnline
 WWW3
 SSWRisk
 KMnet

บริการ
 ข้อมูลทั่วไปโรงพยาบาล
 แผนที่ที่ตั้งโรงพยาบาล
 ปฎิทินกำหนดการ
 โทรศัพท์ภายใน
 อนุสรณ์ 60 ปี ศรีสังวร
 รายงานการประชุม กบห.
 ตารางแพทย์ตรวจOPD
 ตรวจสอบสิทธิ : สุโขทัย
 ตรวจสอบสิทธิ : จ่ายตรง
 ตรวจสอบสิทธิ : ธนาคาร
 รายงานยอดผู้ป่วยใน
 อัตราครองเตียงผู้ป่วยใน
 การแยกประเภทผู้ป่วยใน
 ประวัติการรักษาผู้ป่วย
 อัตราค่ารักษาพยาบาล
 พจนานุกรม
 กระดานข่าว
 ห้องสมุด
 อัลบัมภาพ
 ค้นหา

หน่วยงาน

 

แบบฟอร์มต่าง ๆ ของ รพ.
 แบบฟอร์มต่าง ๆ

กิจกรรมคุณภาพ
 กิจกรรม 5ส.

ศูนย์ ICT
 ระบบ Finger Scan

กลุ่มภารกิจอำนวยการ
 ระเบียบ/คำสั่ง

กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล
 ข่าว/ประกาศรับสมัครงาน
 ข่าว/ประกาศการย้าย
 ระเบียบ/คำสั่ง
 แบบฟอร์มเลื่อนระดับ

กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคล
 ข้อมูลอัตราพัฒนาบุคลากร

กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ
 แผนการลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้าง
 บัญชีครุภัณฑ์การแพทย์ ครุภัณฑ์อื่นและสิ่งก่อสร้าง
 แผนพัสดุครุภัณฑ์ประจำปี
 แผน CUP อ.ศรีสำโรง
 Form Template สำหรับเสนอข่าวสารโรงพยาบาล

กลุ่มงานเภสัชกรรม
 แนวทางการปฏิบัติงาน

กลุ่มการพยาบาล
 ตารางเวรตรวจการพยาบาล
 งาน IC
 ศูนย์ประคับคองฯ
 งานคุณภาพการพยาบาล
 คลินิกเคมีบำบัด

กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม
 ตรวจสุขภาพเชิงรุก

กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู
 กายภาพบำบัด
 กิจกรรมบำบัด
 แพทย์แผนไทย
 KM เวชกรรมฟื้นฟู

กลุ่มงานบริหารทั่วไป
 ข่าวสารและแบบฟอร์มเกี่ยวกับบ้านพัก รพ.

Web Admin
 จัดการเวบหน่วยงาน

xraypacs xraypacs












รายการใช้วัสดุ-เพื่อเสนอราคา


KM srisangworn



sahakorn srisangworn


หัวข้อหลัก > สุขภาพ : ย้อนกลับ
 
วัฒนธรรมการกิน"มื้อเช้า" เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทย

เมื่อ วันจันทร์ 28 พฤศจิกายน 2005 - 10:47 ::: ผู้บันทึก: prweb ::: 5115 คนอ่าน  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

สุขภาพ



ทันทีที่โรงเรียนส่วนใหญ่เปิดเทอม การจราจรก็หนาแน่นขึ้นทันตาเห็น โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ที่รถกว่าครึ่งในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ต่างๆ ล้วนมุ่งหน้าไปที่โรงเรียนเพื่อส่งบุตรหลาน ก่อนที่ผู้ปกครองทั้งหลายจะรีบเร่งฝีเท้าอีกครั้งเพื่อไปให้ทันเข้าทำงานที่บริษัท

นี่คือภาพที่เห็นกันเป็นปกติ โดยเฉพาะในเมืองหลวงของประเทศไทย ที่มีการพูดกันว่า "เด็กส่วนใหญ่โตบนรถ"

เพราะว่าตื่นเช้าขึ้นต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวขึ้นรถไปโรงเรียน โดยไม่มีเวลานั่งรับประทานอาหารเช้าอย่างมีความสุขที่โต๊ะอาหาร



พ่อแม่ที่ห่วงใยสุขภาพลูกๆ จึงต้องเร่งตื่นขึ้นมาตั้งแต่เวลาที่ไก่ยังไม่โห่ เพื่อมาปรุงอาหารเช้าใส่กล่องอาหารให้ลูกได้รับประทานบนรถ ในขณะที่ตัวเองค่อยไปหาอะไรกินที่ที่ทำงาน หรือบางคนก็ผัดไปเริ่มต้นเอามื้อเที่ยงไปเลย

ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้คนไทยโดยเฉพาะเยาวชนไทยและผู้ปกครองได้มีทางเลือกในการบริโภคอาหารมื้อเช้า บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายขนมปังอย่างเบสท์ฟู้ดส์ และการ์ดีเนีย ได้เกิดไอเดีย จัด "คาราวานอาหารเช้า" ออกให้บริการ ด้วยการใช้รถเวสป้ากว่า 20 คัน พร้อมปอม ปอม สาวสวย หนุ่มหล่อ และรถบรรทุกอาหารเช้าเป็น "ขนมปังสเปรดรสทูน่า และเชดด้า ชีส" วิ่งไปบนถนนสายหลักของกรุงเทพฯ ในยามเช้าตรู่ เพื่อมอบชุดอาหารเช้าที่กินได้สะดวก และมีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ต้องใช้เวลานานในการเตรียม เป็นการต้อนรับการเปิดเทอม

วิธีการนี้หลายคนอาจชอบ เพราะสะดวก ง่ายในการรับประทาน แต่หลายคนอาจไม่ชอบรสชาติ

"กียานนท์ เสนีตันติกุล" คุณแม่ของ ด.ช.พีรวัส และ ด.ช.รัฐพล เสนีตันติกุล นักเรียนชั้น ม.1 และ ป.4 ของโรงเรียนชื่อดัง ให้ความเห็นขณะพาลูกไปโรงเรียนว่า ปกติจะให้ลูกกินอาหารเช้าทุกวันเป็นมื้อหนัก มีข้าวสวย และกับข้าว 3 อย่าง แต่ถ้าวันไหนรีบลูกก็ต้องกินข้าวบนรถ

ขณะที่ ด.ช.อิสระกุล บุญเชิด นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนเทพวิทยา เล่าว่า "ผมกินข้าวเช้าทุกวันครับ ซื้อเองบ้าง คุณแม่ทำให้บ้าง แต่ถ้าวันไหนรีบก็ต้องหาซื้อกินเอง"

จากการสำรวจของกรมอนามัย พฤติกรรมการบริโภคอาหารเช้าของวัยเรียน พบว่าเด็กวัยอายุ 6-11 ปี ร้อยละ 30 ไม่บริโภคอาหารเช้า และมีพฤติกรรมการไม่บริโภคอาหารเช้าเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะในนักเรียนหญิงอายุ 12-14 ปี ร้อยละ 52 ไม่บริโภคอาหารเช้า และในกลุ่มวัยทำงานอายุ 15-59 ปี ในกรุงเทพฯมีการบริโภคอาหารเช้าเพียงร้อยละ 53.9 ซึ่งส่วนใหญ่จะตอบว่า "ไม่มีเวลา"
ผลกระทบจากการไม่รับประทานอาหารเช้า เป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะส่งผลโดยตรงในด้านการพัฒนาการของเด็กในวัยเรียน และพัฒนาการทางอารมณ์ สมอง และความจำ

รองศาสตราจารย์ "ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล" หัวหน้าฝ่ายมนุษยโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มีงานวิจัยที่ชัดเจนสำหรับเด็กที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำกับเด็กที่ไม่รับประทานอาหารเช้า ในเด็กโตที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ เห็นได้ชัดจากความสามารถในการตอบคำถาม การรับข้อมูลที่ครูสอนและผลการเรียน จะดีกว่าเด็กที่ไม่รับประทานอาหารเช้า แต่ในผู้ใหญ่คนที่เคยกินแล้วไม่ได้กิน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือจะมีอารมณ์หงุดหงิด และในบางคนมีอาการปวดศีรษะ ถ้าต้องการใช้ความคิด ออกความเห็นจะรู้สึกว่าสมองช้า ไม่แล่น นั่นเป็นเพราะสมองขาดอาหาร

"ผู้ที่ไม่กินมื้อเช้าส่วนใหญ่จะชอบกินของจุบจิบไปเรื่อยๆ เพราะหิว ซึ่งจะได้น้ำมันและโซเดียมเยอะ เกิดพลังงานสะสมมาก เป็นต้นเหตุของโรคอ้วน อินซูลินที่เป็นตัวควบคุมน้ำตาลในเลือดก็สูงอยู่ตลอดเวลาในระยะยาว อาจส่งผลให้เกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วนได้"

ดร.ประไพศรียังบอกอีกว่า โดยปกติร่างกายจะมีการดึงพลังงานออกมาใช้อยู่ตลอดเวลา รวมถึงเวลากลางคืนที่ร่างกายกำลังพักผ่อน ซึ่งมีช่วงรอยต่อของมื้อเย็นและมื้อเช้าประมาณ 10-12 ชั่วโมง ซึ่งผู้ที่ไม่กินมื้อเช้า แต่ไปรับประทานมื้อเที่ยง จะส่งผลให้ร่างกายขาดอาหารเป็นเวลา 15-17 ชั่งโมง ซึ่งก่อให้เกิดอาการปวดหัว มึนตึง คิดอะไรไม่ออก หงุดหงิด อารมณ์เสีย และขาดสมาธิในการทำงานและเรียนหนังสือ ซึ่งเกิดจากภาวการณ์ขาดน้ำตาลในเลือด

คนที่มองข้ามความสำคัญของมื้อเช้า แล้วแก้ตัว ว่าไม่มีเวลา คงต้องเปลี่ยนความคิดกันแล้ว เพราะอาหารมื้อแรกนี้มีส่วนช่วยให้ชีวิตและสุขภาพดีขึ้นอย่างมาก!

จากหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10124 หน้า 34

 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

 
· ข้อมูลเพิ่มเติม สุขภาพ
· เสนอข่าวโดย prweb


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด สุขภาพ:
หน่วยกู้ชีพศรีสังวร

บทความต่อไป: เตือนระวัง! ภัยร้าย “เสื้อผ้ามือสอง”
 คำเฉพาะประจำสัปดาห์: 
วัฒนธรรมการกิน"มื้อเช้า" เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทย | เรียกเข้าระบบ หรือ ลงทะเบียน | 0 ความเห็น
คะแนนอย่างต่ำ
ความเห็นเป็นของผู้ส่งเข้ามา ทางเราไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเห็นนั้นๆได้


Web site กระทรวงสาธารณสุขสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ (พิษณุโลก) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย

โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 โทร 055-682030-42
อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน แจ้ง หน่วยกู้ชีพศรีสังวร โทร 1669 หรือ 055-681331

Powered by the AutoTheme HTML Theme System
Page created in 0.138230 Seconds