ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย

Login

 
 ชื่อเรียก
 รหัสผ่าน
 จำชื่อและรหัสผ่าน

Main Menu

 
 หน้าหลัก
 QualityOnline
 WWW3
 SSWRisk
 KMnet

บริการ
 ข้อมูลทั่วไปโรงพยาบาล
 แผนที่ที่ตั้งโรงพยาบาล
 ปฎิทินกำหนดการ
 โทรศัพท์ภายใน
 อนุสรณ์ 60 ปี ศรีสังวร
 รายงานการประชุม กบห.
 ตารางแพทย์ตรวจOPD
 ตรวจสอบสิทธิ : สุโขทัย
 ตรวจสอบสิทธิ : จ่ายตรง
 ตรวจสอบสิทธิ : ธนาคาร
 รายงานยอดผู้ป่วยใน
 อัตราครองเตียงผู้ป่วยใน
 การแยกประเภทผู้ป่วยใน
 ประวัติการรักษาผู้ป่วย
 ระบบ Finger Scan
 พจนานุกรม
 กระดานข่าว
 ห้องสมุด
 อัลบัมภาพ
 ค้นหา
 อัตราค่ารักษาพยาบาล

หน่วยงาน

 

กลุ่มอำนวยการ
 ระเบียบ/คำสั่ง

กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ
 แผนการลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้าง
 บัญชีครุภัณฑ์การแพทย์ ครุภัณฑ์อื่นและสิ่งก่อสร้าง
 แบบเสนอความต้องการพัสดุ
 แผน CUP อ.ศรีสำโรง
 Form Template สำหรับเสนอข่าวสารโรงพยาบาล

กลุ่มงานเภสัชกรรม
 แนวทางการปฏิบัติงาน

กลุ่มการพยาบาล
 ตารางเวรตรวจการฯ
 งาน IC
 งานคุณภาพการพยาบาล
 คลินิกเคมีบำบัด
 ตรวจสุขภาพเชิงรุก

กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู
 กายภาพบำบัด
 กิจกรรมบำบัด
 แพทย์แผนไทย
 KM เวชกรรมฟื้นฟู

ฝ่ายบริหารทั่วไป
 ข่าวสารบ้านพัก รพ.

Web Admin
 จัดการเวบหน่วยงาน

xraypacs xraypacs











รายการใช้วัสดุ-เพื่อเสนอราคา


KM srisangworn



sahakorn srisangworn


หัวข้อหลัก > สุขภาพ : ย้อนกลับ
 
สธ."เตือนระวัง "อีสุกอีใส"หน้าร้อน

เมื่อ วันศุกร์ 17 มีนาคม 2006 - 15:42 ::: ผู้บันทึก: Admin ::: 7967 คนอ่าน  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

สุขภาพโรคหลายโรคมักจะมากับหน้าร้อน เช่น ท้องร่วง โรคฮิตตลอดศก รวมทั้งอีสุกอีใสก็ไม่ควรประมาท สธ."เตือนระวัง "อีสุกอีใส"หน้าร้อน โรคหลายโรคมักจะมากับหน้าร้อน เช่น ท้องร่วง โรคฮิตตลอดศก รวมทั้งอีสุกอีใสก็ไม่ควรประมาท


เกี่ยวกับเรื่องนี้ น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนม.ค.ถึงเดือนเม.ย.ทุกปี ประเทศไทยจะพบผู้ป่วยโรคอีสุกอีใส (CHICKEN POX) มากกว่าช่วงอื่น พบมากที่สุดในเด็กอายุ 5-9 ปี รองลงมาคืออายุต่ำกว่า 4 ปี โรคดังกล่าวเป็นโรคติดต่อเฉียบพลันจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า วาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus :VZV) เมื่อเป็นแล้วสามารถแพร่สู่คนอื่นได้ง่ายมาก เชื้อจะกระจายออกมาจากทางเดินหายใจของผู้ป่วย จากการไอ จาม หายใจรดกัน หรือสัมผัสกับตุ่มหนองของผู้ป่วย โรคดังกล่าวไม่มียารักษาเฉพาะโรค แต่สามารถรักษาเพื่อบรรเทาอาการ ไม่ให้มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน และเมื่อหายแล้ว เชื้อไวรัสบางส่วนจะหลบอยู่ที่ปมประสาท ผู้ที่เป็นแล้วอาจเกิดโรคงูสวัด

น.พ.ปราชญ์ บอกด้วยว่า แม้โรคอีสุกอีใสจะไม่รุนแรง เป็นแล้วหายเองได้ ยกเว้นมีโรคแทรกซ้อนอาจทำให้เสียชีวิตได้ ที่สำคัญได้แก่ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส มักพบในกลุ่มผู้ใหญ่ ส่วนในเด็กมักจะเป็นการติดเชื้อแทรกซ้อนและสมองอักเสบ

โดยอาการหลังติดเชื้อ ระยะแรกจะมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร จากนั้นจะมีผื่นแดงตามผิวหนังบริเวณศีรษะ ใบหน้า ลำตัว ต่อมาผื่นจะกลายเป็นตุ่มนูน มีน้ำใสๆ อยู่ข้างในและมีอาการคัน รอบฐานตุ่มมีสีแดง และตกสะเก็ดภายใน 2-3 วัน ตุ่มเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย ขนาดของตุ่มจะไม่เท่ากัน โรคอีสุกอีใสมีระยะฟักตัวกว่าจะปรากฏอาการ 10-21 วัน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้โรคอีสุกอีใส เป็น 1 ใน 31 โรคที่ต้องรายงาน ในปี 2546 ทั่วประเทศ มีรายงานผู้ป่วย 43,173 ราย เสียชีวิต 1 ราย ในปี 2547 มีรายงานผู้ป่วย 85,525 ราย ซึ่งเพิ่มจากปี 2546 ถึง 2 เท่าตัว ไม่มีรายงานเสียชีวิต

ส่วนในปีนี้ตั้งแต่เดือนม.ค.–ก.พ.2549 สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานผู้ป่วยแล้ว 72 ราย โดยพบที่จังหวัดขอนแก่น 52 ราย เป็นเด็กนักเรียน 35 ราย ครู 1 ราย และผู้ป่วยในชุมชน 16 ราย และที่สุพรรณบุรี 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 2 จำนวน 12 ราย มีอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่นและตุ่มพองใส

สำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคอีสุกอีใส น.พ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้คำแนะนำเบื้องต้นว่า ขั้นแรกต้องแยกผู้ป่วยไม่ให้คลุกคลีกับผู้อื่น รวมทั้งแยกของกินของใช้ต่างๆ ให้ผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ ใช้ผ้าเช็ดตัวเมื่อมีไข้สูง อย่าให้ผู้ป่วยแกะหรือเกาตุ่มคัน

ที่สำคัญควรเน้นเรื่องความสะอาด ตัดเล็บให้สั้นเพื่อป้องกันการแกะเกา เนื่องจากจะทำให้อักเสบและติดเชื้อได้ง่าย และจะทำให้ผิวหนังลาย มีรอยแผลเป็น

โดยทั่วไป อาการโรคอีสุกอีใสในเด็กเล็กจะไม่รุนแรง อาการอาจจะรุนแรงในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียน อาจจะมีเด็กบางส่วนยังอยู่ในเนิร์สเซอรี่ หรือเรียนพิเศษ หากมีเด็กป่วยเป็นโรคต้องให้หยุดเรียนจนกว่าสะเก็ดแผลจะแห้งแล้ว ส่วนผู้ใหญ่ต้องหยุดพักงานเช่นกัน

การป้องกันโรคอีสุกอีใส นอกจากจะแยกผู้ป่วยให้หยุดเรียน หยุดทำงาน ปัจจุบันมีวัคซีนฉีดป้องกันโรคอีสุกอีใส แต่มีราคาแพง ยังไม่ได้บรรจุในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง วัคซีนสามารถป้องกันโรคอีสุกอีใสได้ 90% สำหรับผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาแล้ว จะมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติ ไม่ต้องฉีดวัคซีนอีก ส่วนคนที่ยังไม่เคยเป็นก็ควรระวัง

ที่มา นสพ.ข่าวสด วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 15 ฉบับที่ 5585

 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

 
· ข้อมูลเพิ่มเติม สุขภาพ
· เสนอข่าวโดย Admin


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด สุขภาพ:
หน่วยกู้ชีพศรีสังวร

บทความต่อไป: ชี้ 34 ยี่ห้อ ครีมสาว หน้าขาว ปนปรอท อันตราย
 คำเฉพาะประจำสัปดาห์: 
สธ."เตือนระวัง "อีสุกอีใส"หน้าร้อน | เรียกเข้าระบบ หรือ ลงทะเบียน | 0 ความเห็น
คะแนนอย่างต่ำ
ความเห็นเป็นของผู้ส่งเข้ามา ทางเราไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเห็นนั้นๆได้


Web site กระทรวงสาธารณสุขสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ (พิษณุโลก) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย

โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 โทร 055-682030-42
อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน แจ้ง หน่วยกู้ชีพศรีสังวร โทร 1669 หรือ 055-681331

Powered by the AutoTheme HTML Theme System
Page created in 0.282514 Seconds