ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย

Login

 
 ชื่อเรียก
 รหัสผ่าน
 จำชื่อและรหัสผ่าน

Main Menu

 
 หน้าหลัก
 QualityOnline
 WWW3
 SSWRisk
 KMnet

บริการ
 ข้อมูลทั่วไปโรงพยาบาล
 แผนที่ที่ตั้งโรงพยาบาล
 ปฎิทินกำหนดการ
 โทรศัพท์ภายใน
 อนุสรณ์ 60 ปี ศรีสังวร
 รายงานการประชุม กบห.
 ตารางแพทย์ตรวจOPD
 ตรวจสอบสิทธิ : สุโขทัย
 ตรวจสอบสิทธิ : จ่ายตรง
 ตรวจสอบสิทธิ : ธนาคาร
 รายงานยอดผู้ป่วยใน
 อัตราครองเตียงผู้ป่วยใน
 การแยกประเภทผู้ป่วยใน
 ประวัติการรักษาผู้ป่วย
 อัตราค่ารักษาพยาบาล
 พจนานุกรม
 กระดานข่าว
 ห้องสมุด
 อัลบัมภาพ
 ค้นหา

หน่วยงาน

 

แบบฟอร์มต่าง ๆ ของ รพ.
 แบบฟอร์มต่าง ๆ

กิจกรรมคุณภาพ
 กิจกรรม 5ส.

ศูนย์ ICT
 ระบบ Finger Scan

กลุ่มภารกิจอำนวยการ
 ระเบียบ/คำสั่ง

กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล
 ข่าว/ประกาศรับสมัครงาน
 ข่าว/ประกาศการย้าย
 ระเบียบ/คำสั่ง
 แบบฟอร์มเลื่อนระดับ

กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคล
 ข้อมูลอัตราพัฒนาบุคลากร

กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ
 แผนการลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้าง
 บัญชีครุภัณฑ์การแพทย์ ครุภัณฑ์อื่นและสิ่งก่อสร้าง
 แผนพัสดุครุภัณฑ์ประจำปี
 แผน CUP อ.ศรีสำโรง
 Form Template สำหรับเสนอข่าวสารโรงพยาบาล

กลุ่มงานเภสัชกรรม
 แนวทางการปฏิบัติงาน

กลุ่มการพยาบาล
 ตารางเวรตรวจการพยาบาล
 งาน IC
 ศูนย์ประคับคองฯ
 งานคุณภาพการพยาบาล
 คลินิกเคมีบำบัด

กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม
 ตรวจสุขภาพเชิงรุก

กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู
 กายภาพบำบัด
 กิจกรรมบำบัด
 แพทย์แผนไทย
 KM เวชกรรมฟื้นฟู

กลุ่มงานบริหารทั่วไป
 ข่าวสารและแบบฟอร์มเกี่ยวกับบ้านพัก รพ.

Web Admin
 จัดการเวบหน่วยงาน

xraypacs xraypacs












รายการใช้วัสดุ-เพื่อเสนอราคา


KM srisangworn



sahakorn srisangworn


หัวข้อหลัก > สุขภาพ : ย้อนกลับ
 
คู่มือมนุษย์หน้าจอคอมพิวเตอร์

เมื่อ วันอังคาร 30 มีนาคม 2004 - 14:52 ::: ผู้บันทึก: big_T ::: 31720 คนอ่าน  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

สุขภาพในยุคที่ "คอมพิวเตอร์" เข้ามามีบทบาทในชีวิตการทำงานมากขึ้นทุกขณะ หลายคนจำต้องนั่งอยู่หน้าเครื่องวันละหลายชั่วโมงโดยที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน ส่งผลทำให้ "สายตา" ที่เคยมีสภาพปกติต้องเผชิญกับปัญหานานัปการ บางคนปวดตา.....บางคนเป็นไมเกรนปวดศีรษะ ฯลฯ


ใครที่รู้ตัวว่ามีอาชีพที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ควรต้องเรียนรู้วิถีการปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางด้านสุขภาพสายตาที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เรื่องเหล่านี้กำลังกลายเป็นปัญหาที่ "มนุษย์ทำงาน" ไม่อาจหลีกหนีให้พ้นไปได้ตราบใดที่ยังมีความจำเป็นในเรื่องของการดำรงชีพ อย่างไรก็ตาม ทางออกสำหรับเรื่องนี้ก็ไม่ได้ตีบตันเสียทีเดียว ซึ่งจักษุแพทย์ได้ให้คำแนะนำเอาไว้อย่างน่าสนใจและสามารถใช้เป็นคู่มือในการปฏิบัติตัวเพื่อถนอมสายตาได้

พ.ญ.ภัทรมน บรรณประดิษฐ์ จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา โรงพยาบาลจักษุรัตนิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบกลุ่มอาการทางสายตาเพิ่มมากขึ้น โดยพบว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมากกว่าร้อยละ 50 มีอาการทางสายตา ได้แก่ ปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า และปวดศีรษะ รวมทั้งมีอาการอื่นๆ เช่น ปวดเมื่อยคอและหลัง เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน และผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป

สำหรับตัวแปรที่ก่อให้เกิดอาการดังกล่าวนั้น มีหลายประการ เช่น ภาวะตาแห้ง ความผิดปกติของสายตาและค่าสายตา ความสามารถในการเพ่ง แว่นตาที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ ชนิดของคอมพิวเตอร์ แสงสะท้อนจากคอมพิวเตอร์ ความสว่างของห้อง ท่านั่งขณะใช้คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

"อาการเหล่านี้มีที่มาจากการใช้คอมพิวเตอร์ที่ไม่ถูกต้อง เช่น คนที่มีอาการภาวะตาแห้ง เกิดจากคนนั้นนั่งอยู่คอมพิวเตอร์กระพริบตาน้อยลง เนื่องจากมีสมาธิขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้อัตราการกะพริบตาลดลงจาก 20-22 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6-8 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น"

พ.ญ.ภัทรมน แนะนำว่า เวลาที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ควรกระพริบตาให้ถี่ขึ้น ปรับความสูงของจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม โดยระยะห่างระหว่างจอภาพและผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ควรอยู่ระหว่าง 20-28 นิ้ว ระดับจอภาพ จุดศูนย์กลางของคอมพิวเตอร์ควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 4-9 นิ้ว ไม่ควรอยู่สูงหรือต่ำเกินไป ควรอยู่ตรงด้านหน้าของผู้ใช้ นอกจากนี้อาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตา เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ดวงตาด้วย

สำหรับการสวมแว่นตาที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ พ.ญ.ภัทรมน บอกว่าควรเลือกใช้ "เลนส์สีชมพูอ่อน" โดยในการเลือกแว่นตานั้นควรวัดที่ระยะ 50-70 ซม. ส่วนมองใกล้ควรทำมุม 10-20 องศา ซึ่งค่ากำลังของเลนส์ดังกล่าว มีความแตกต่างจากเลนส์อ่านหนังสือหรือมองใกล้ทั่วไป เพื่อลดแสงสะท้อนจากจอภาพ


พ.ญ.ภัทรมน บรรณประดิษฐ์ จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา โรงพยาบาลจักษุรัตนิน อย่างไรก็ตาม หากสำนักงานหรือจุดที่ตั้งคอมพิวเตอร์มีแสงสว่างมากเกินไป ควรปิดหลอดไฟบางส่วน ปรับมูลี่หน้าต่างเพื่อปรับไม่ให้แสงตกกระทบจอคอมพิวเตอร์โดยตรง และใช้แผ่นลดแสงสะท้อนจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำจากวัสดุต่างกัน เช่น ผ้าตาข่าย หรือกระจกซึ่งช่วยให้มองเห็นตัวอักษรได้ดีกว่า หรือปรับการเลือกใช้ขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่พอและปรับความเข้มของตัวอักษรให้เข้มขึ้น โดยสังเกตได้จากการที่ยังสามารถอ่านตัวอักษรขนาดดังกล่าวได้ที่ระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะทำงาน เลือกใช้จอคอมพิวเตอร์ชนิด LCD (จอแบน) ซึ่งจะช่วยถนอมสายตาได้ดีกว่าจอมคอมพิวเตอร์แบบเก่า (CRT)

ส่วนการวางตำแหน่งคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้ควรจัดให้บริเวณหน้าต่างอยู่ด้านข้างของโต๊ะทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้แสงตกสะท้อนจอคอมพิวเตอร์ ทำให้มองเห็นไม่ชัด ไม่สบายตา นอกจากนั้น ควรหลีกเลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ที่มีผิวสะท้อน รวมทั้งใช้ฉากกั้นเพื่อลดปริมาณแสง ควรจัดวางคีย์บอร์ดและเม้าส์ต่ำกว่าระดับข้อศอก พร้อมปรับความสูงของเก้าอี้ให้เหมาะสม มุมตรงเข่ากับเก้าอี้ควรมากกว่า 90 องศา เก้าอี้ที่ดีควรมีที่พักแขน

นอกจากนี้ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรเปลี่ยนอิริยาบถ หรือลุกขึ้นยืดเส้น ยืดสายทุกๆ ชั่วโมง เพื่อพักสายตาและป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดเมื่อยเมื่อต้องใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน

"หมอขอให้ตรวจสายตาอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อวัดความดันตา ดูประสาทตา และตรวจเช็คความผิดปกติของสายตาเสียแต่เนิ่นๆ เนื่องจากโรคตาบางอย่างไม่แสดงอาการจนกว่าโรคจะถึงขั้นรุนแรง หากตรวจพบโรคตาบางโรคและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะช่วยป้องกันการสูญเสียสายตาได้"พ.ญ.ภัทรมนให้คำแนะนำทิ้งท้าย

นำมาจาก กระทู้นี้ ของ www.manager.co.th ครับ
 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

 
· ข้อมูลเพิ่มเติม สุขภาพ
· เสนอข่าวโดย big_T


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด สุขภาพ:
หน่วยกู้ชีพศรีสังวร

บทความต่อไป: สมาธิพื้นฐานเพื่อการดูแลสุขภาพ
 คำเฉพาะประจำสัปดาห์: 
คู่มือมนุษย์หน้าจอคอมพิวเตอร์ | เรียกเข้าระบบ หรือ ลงทะเบียน | 0 ความเห็น
คะแนนอย่างต่ำ
ความเห็นเป็นของผู้ส่งเข้ามา ทางเราไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเห็นนั้นๆได้


Web site กระทรวงสาธารณสุขสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ (พิษณุโลก) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย

โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 โทร 055-682030-42
อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน แจ้ง หน่วยกู้ชีพศรีสังวร โทร 1669 หรือ 055-681331

Powered by the AutoTheme HTML Theme System
Page created in 0.138968 Seconds