ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย

Login

 
 ชื่อเรียก
 รหัสผ่าน
 จำชื่อและรหัสผ่าน

หน่วยงาน

 

แบบฟอร์มต่าง ๆ ของ รพ.
 แบบฟอร์มต่าง ๆ ของ รพ.

กิจกรรมคุณภาพ
 กิจกรรม 5ส.

ศูนย์ ICT
 ข้อมูลการสแกนลายนิ้วมือ (หน่วยงาน)
 ข้อมูลการสแกนลายนิ้วมือ (รายคน)
 ระบบคำขอออนไลน์
 แจ้งปัญหาระบบคอมพิวเตอร์

กลุ่มภารกิจอำนวยการ
 ระเบียบ/คำสั่ง

กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล
 ข่าว/ประกาศรับสมัครงาน
 ข่าว/ประกาศการย้าย
 ข้อมูลบุคลากรรายบุคคล NonHR
 ระเบียบ/คำสั่ง
 แบบฟอร์มเลื่อนระดับ
 แบบฟอร์มอื่น ๆ

กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคล
 ข้อมูลอัตราพัฒนาบุคลากร

กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ
 แผนการลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้าง
 บัญชีครุภัณฑ์การแพทย์ ครุภัณฑ์อื่นและสิ่งก่อสร้าง
 แผนพัสดุครุภัณฑ์ประจำปี
 แผน CUP อ.ศรีสำโรง
 Form Template สำหรับเสนอข่าวสารโรงพยาบาล

กลุ่มงานเภสัชกรรม
 แนวทางการปฏิบัติงาน

กลุ่มการพยาบาล
 ตารางเวรตรวจการพยาบาล
 งาน IC
 ศูนย์ประคับคองฯ
 งานคุณภาพการพยาบาล
 คลินิกเคมีบำบัด

กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม
 ตรวจสุขภาพเชิงรุก

กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู
 กายภาพบำบัด
 กิจกรรมบำบัด
 แพทย์แผนไทย
 KM เวชกรรมฟื้นฟู

กลุ่มงานบริหารทั่วไป
 ข่าวสารและแบบฟอร์มเกี่ยวกับบ้านพัก รพ.

Web Admin
 จัดการเวบหน่วยงาน

xraypacs xraypacs













KM srisangworn

sahakorn srisangworn


หัวข้อหลัก > ไข้หวัดนก : ย้อนกลับ
 
ผลการดำเนินงานป้องกันโรคไข้หวัดนก..กรมควบคุมโรค

เมื่อ วันพุธ 29 กันยายน 2004 - 11:55 ::: ผู้บันทึก: kring ::: 7167 คนอ่าน  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

ไข้หวัดนก
โรคไข้หวัดนกเป็นโรคที่มีความสำคัญทั้งในด้านการเกษตร การสาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจ เนื่องจากโรคไข้หวัดนกเป็นโรคที่มีความรุนแรงและแพร่ระบาดได้รวดเร็วในสัตว์ปีกหลายชนิด รวมทั้งยังสามารถแพร่ติดต่อและก่อโรครุนแรงในคน จึงถือเป็นภัยคุกคามฉุกเฉินที่ต้องการการจัดการแก้ไขและการควบคุมสถานการณ์ที่ฉับไวและมีประสิทธิภาพ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายที่ชัดเจนให้มีการเร่งแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดให้สงบลงโดยเร็ว ตลอดจนลดผลกระทบให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด รวมทั้งให้มีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะนำมาใช้ในการป้องกันควบคุมปัญหาการระบาดของโรคไข้หวัดนก รวมถึงโรคติดต่อชนิดใหม่อื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของประเทศในด้านต่างๆ ที่จำเป็น ให้เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับปัญหาโรคระบาดในระยะยาวได้เป็นอย่างดี


ประวัติการเกิดโรคและวิชาการเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนก

โรคไข้หวัดใหญ่สัตว์ปีก (Avian Influenza) หรือโรคไข้หวัดนก (Bird Flu) เป็นโรคของสัตว์ปีกที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ พบครั้งแรกที่ประเทศอิตาลีเมื่อกว่าร้อยปีมาแล้ว ต่อมาพบโรคเกิดขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยสัตว์ปีกทุกชนิดและสุกรมีความไวต่อเชื้อนี้
นกอพยพ เช่น นกน้ำ นกชายทะเล และนกป่า เป็นแหล่งโรคในธรรมชาติที่มักติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการป่วย แต่สามารถแพร่เชื้อทำให้เกิดการระบาดในฝูงสัตว์ปีกทุกชนิด ทั้งที่เลี้ยงในฟาร์มและเลี้ยงอยู่ตามบ้านเรือน รวมทั้งนกชนิดอื่นๆ ในธรรมชาติด้วย
เชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกแบ่งได้เป็นชนิดรุนแรงและชนิดไม่รุนแรง เชื้อไข้หวัดนกชนิดรุนแรงอาจทำให้สัตว์ตายรวดเร็วโดยไม่ทันสังเกตอาการ สัตว์ป่วยมักมีอาการมีไข้ ซึมหงอย ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง หน้า-หงอน-เหนียงบวม มีสีแดงคล้ำ มีจุดเลือดออกที่หน้าแข้ง ไอ จาม น้ำมูกไหล อาจท้องเสีย ชัก และไข่ลดลง หรือไข่มีลักษณะผิดปกติ (เช่น เปลือกอ่อนนิ่ม) การระบาดมักรุนแรงทำให้ไก่ตายเกือบร้อยละ 100 และแพร่กระจายรวดเร็ว ถ้าผ่าซากตรวจจะพบว่าบริเวณใต้ผิวหนังที่หัวและคอบวมน้ำ มีจุดหรือจ้ำเลือดออกตามกล่องเสียง หลอดลม กึ๋น ลำไส้ มีจุดเนื้อตายสีขาวที่ตับ และไตบวมแดง
เชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกแบ่งได้เป็นชนิดรุนแรงและชนิดไม่รุนแรง เชื้อไข้หวัดนกชนิดรุนแรงอาจทำให้สัตว์ตายรวดเร็วโดยไม่ทันสังเกตอาการ สัตว์ป่วยมักมีอาการมีไข้ ซึมหงอย ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง หน้า-หงอน-เหนียงบวม มีสีแดงคล้ำ มีจุดเลือดออกที่หน้าแข้ง ไอ จาม น้ำมูกไหล อาจท้องเสีย ชัก และไข่ลดลง หรือไข่มีลักษณะผิดปกติ (เช่น เปลือกอ่อนนิ่ม) การระบาดมักรุนแรงทำให้ไก่ตายเกือบร้อยละ 100 และแพร่กระจายรวดเร็ว ถ้าผ่าซากตรวจจะพบว่าบริเวณใต้ผิวหนังที่หัวและคอบวมน้ำ มีจุดหรือจ้ำเลือดออกตามกล่องเสียง หลอดลม กึ๋น ลำไส้ มีจุดเนื้อตายสีขาวที่ตับ และไตบวมแดง
เชื้อไข้หวัดนก A (H5N1) เป็นเชื้อชนิดรุนแรง สามารถแพร่ติดต่อมาถึงคนได้เป็นครั้งแรกที่ฮ่องกงในปี พ.ศ. 2540 มีผู้ป่วย 18 ราย เสียชีวิต 6 ราย ต่อมาในปี 2546 มีผู้ป่วยที่ฮ่องกงอีก 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย ส่วนเชื้อ A (H9N2) เป็นเชื้อชนิดไม่รุนแรง ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่อย่างอ่อนทั้งในสัตว์ปีกและในคน มีผู้ป่วยรวม 3 ราย สำหรับการระบาดในปี 2546 ในเนเธอร์แลนด์ที่เกิดจากเชื้อ A (H7N7) เป็นเชื้อชนิดรุนแรง ทำให้เกิดโรคตาแดงอักเสบ (83 ราย) และมีผู้ป่วยปอดบวมเสียชีวิต 1 ราย
ในปี 2547 นี้ เกิดโรคไข้หวัดนกระบาดในสัตว์ปีกในหลายประเทศของเอเชีย ได้แก่ จีน (รวมทั้งฮ่องกง) เวียดนามไทย อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น การแพร่ของเชื้อ A (H5N1) มายังคนเกิดขึ้นที่เวียดนามและประเทศไทย ทำให้มีผู้ป่วยรวม 35 ราย เสียชีวิต 24 ราย การแพร่ติดต่อมายังคน เกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายจากโรคไข้หวัดนก ผู้ป่วยบางรายมีประวัติสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อในพื้นที่ที่เกิดโรคระบาด ไม่พบการติดเชื้อจากการกินสัตว์ปีกหรือไข่ที่ปรุงสุก กลุ่มเสี่ยงโรคสูง ได้แก่ ผู้ทำหน้าที่ทำลายสัตว์ปีก ผู้ที่ชำแหละไก่ป่วย ผู้ที่ทำงานในฟาร์มสัตว์ปีก รวมทั้งเด็กในพื้นที่ระบาด ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาการแพร่ติดต่อจากคนสู่คน กล่าวคือ การติดเชื้อจากการสัมผัสกับผู้ป่วยพบน้อยมาก และมักไม่ทำให้มีอาการป่วย หรือผู้ป่วยอาจมีอาการระบบทางเดินหายใจเพียงเล็กน้อย
โรคไข้หวัดนกในคนมีระยะฟักตัว (ระยะตั้งแต่ได้รับเชื้อจนเริ่มมีอาการป่วย) ประมาณ 3 - 5 วัน และมักไม่เกินกว่า 7 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการทางระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน เริ่มจากมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไอแห้งๆ และอาจมีตาแดงด้วย ผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัวมักป่วยรุนแรง และอาจเกิดอาการหายใจลำบาก หรือ หอบ จากปอดบวมอักเสบ ตามด้วยอาการระบบหายใจล้มเหลวอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเสียชีวิตได้ ระยะเวลาป่วยนาน 5-13 วัน อัตราป่วยตายสูงประมาณร้อยละ 70

ผลการดำเนินงานการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนกในคน

กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งรัดการดำเนินงานทุกวิถีทางที่จะป้องกันโรคไข้หวัดนกในคน ซึ่งถูกจัดให้เป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่มีความสำคัญโรคหนึ่ง และจากการที่กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มเร่งรัดการเตรียมความพร้อมรับโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2546 เมื่อเริ่มพบการระบาดในสัตว์ปีก จึงสามารถนำมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคซาร์สมาปรับใช้กับโรคไข้หวัดนกได้ทันที รวมทั้งได้เพิ่มมาตรการที่จำเป็นอื่นๆ สรุปได้ ดังนี้

1. ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้โรคไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งไข้หวัดใหญ่จากสัตว์ เป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523

2. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคไข้หวัดนกของกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในคนคู่ขนานไปกับการดำเนินการในสัตว์ โดยคณะทำงานด้านต่างๆ ร่วมปฏิบัติงานเป็นเครือข่าย ได้แก่ คณะทำงานวิชาการกลาง คณะทำงานเฝ้าระวังและสอบสวนโรค คณะทำงานด้านห้องปฏิบัติการชันสูตรโรค คณะทำงานด้านการแพทย์ คณะทำงานสนับสนุนปฏิบัติการ คณะทำงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และคณะทำงานด้านข้อมูลสารสนเทศ

3. ทำหน้าที่คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขวิกฤตสถานการณ์ไข้หวัดนกระบาดในไก่ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายจาตุรนต์ ฉายแสง) เป็นประธาน ทั้งนี้โดยการเชื่อมโยงการดำเนินมาตรการต่างๆ ในคนให้สอดคล้องกัน และส่งเสริมความร่วมมือในการดำเนินมาตรการควบคุมโรคในสัตว์ปีก

4. ประสานความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการดำเนินการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดในพื้นที่

5. แจ้งเตือนสถานการณ์และพื้นที่ระบาด รวมทั้งเผยแพร่คำแนะนำสำหรับประชาชนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนกให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงผู้บริโภคไก่และผลิตภัณฑ์จากไก่ ผู้ประกอบอาหาร ผู้ชำแหละไก่ ผู้ขนย้ายสัตว์ปีก เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ ผู้ปกครองเด็กในพื้นที่เกิดโรคระบาด ฯลฯ และรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องผ่านสื่อต่างๆ อย่างครอบคลุมและต่อเนื่องว่าโรคนี้ยังไม่มีการติดต่อจากคนสู่คน ไก่และไข่ที่ขายตามท้องตลาดมีความปลอดภัยสามารถบริโภคได้โดยการปรุงให้สุก

6. ดำเนินงานสุขศึกษาประชาสัมพันธ์เชิงรุกในพื้นที่ ผ่านเทปหอกระจายข่าว และการปฏิบัติงานโดยกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขที่ออกเยี่ยมบ้านทุกหลังคาเรือนทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองและบุตรหลานได้ รวมทั้งให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในการป้องกันควบคุมโรคอย่างเต็มที่ โดยเน้นเนื้อหา ดังนี้
- ขอให้ประชาชนทุกคนช่วยกันเฝ้าระวังการระบาดในสัตว์ปีก โดยเฉพาะไก่ เป็ดที่เลี้ยงตามบ้าน และดูแลระมัดระวังเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ไปสัมผัสสัตว์ป่วยหรือสิ่งแวดล้อมที่อาจปนเปื้อนเชื้อ และสอนสุขนิสัยที่ดี ปฏิบัติได้ง่าย และมีประโยชน์มากที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อ ได้แก่ การหมั่นล้างมือบ่อย ๆ
- กรณีพบสัตว์ปีกตาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้แจ้งที่เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมของสำนักงานเขตทุกเขต ต่างจังหวัดแจ้งที่เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอและปศุสัตว์จังหวัด เทศบาล หรือ อบต. เพื่อขอรับคำแนะนำ วิธีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่ปลอดภัย ต้องไม่จับต้องสัตว์ด้วยมือเปล่า ควรใช้ถุงมือพลาสติก ถ้าไม่มีอาจใช้ถุงพลาสติกหนาๆ แทน และกำจัดซากสัตว์ตัวอื่นๆ ที่เหลือ โดยนำไปฝังให้ลึกอย่างน้อย 1 เมตร หรือนำไปเผา และต้องรีบล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทันทีที่ทำงานเสร็จ
- ผู้ที่มีไข้สูงต้องรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสสัตว์ ซึ่งหากแพทย์สงสัยโรคไข้หวัดนก จะรีบรายงานโรคไปยังกรมควบคุมโรคทันที เพื่อดำเนินการสอบสวนควบคุมโรคต่อไป ในกรุงเทพฯ แจ้งที่ สำนักระบาดวิทยา โทร. 0-2590-1882 ต่างจังหวัดแจ้งที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง

7. เร่งรัดให้จังหวัดดำเนินการควบคุมโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มงวด โดยเน้นมาตรการเฝ้าระวังสอบสวนโรคโดยการเฝ้าระวังการป่วยด้วยโรคปอดบวมอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดโรคระบาด เช่น เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และผู้ที่ดำเนินการทำลายสัตว์ปีก ที่มีประวัติสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ป่วยหรือตาย หรือสัมผัสกับผู้ป่วยปอดบวมรายอื่นในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้สอบสวนควบคุมโรคในชุมชนทันที รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆในจังหวัด โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการดำเนินการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดในพื้นที่
7.1 ขอความร่วมมือจากอาสาสมัครสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ในการติดตามเฝ้าระวังและรายงานทันทีที่มีการค้นพบผู้สงสัยว่าอาจป่วยด้วยโรคนี้
7.2 สั่งการให้ทีมเฝ้าระวังสอบสวนและควบคุมโรคของจังหวัดที่กรมควบคุมโรคได้จัดอบรมให้ทุกจังหวัดแล้ว มีความพร้อม สามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
7.3 เฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัดใหญ่หรือผู้ป่วยปอดบวมที่มารับการรักษาในโรงพยาบาล

ผลสอบสวนโรค ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2547 ถึง 26 กันยายน 2547 สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ หรือปอดบวม ที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก รวม 146 ราย จาก 32 จังหวัด สรุปผลการสอบสวนเบื้องต้น ดังนี้

- ผู้ป่วยรับแจ้งใหม่( 26 กันยายน 2547) จำนวน 4 ราย จัดเป็นผู้ป่วยอยู่ระหว่างการสอบสวนทั้งหมด
- อยู่ระหว่างการสอบสวนรวม 15 ราย เป็นผู้ป่วยรับแจ้งใหม่ 4 ราย และค้างมาจากเดิม 11 ราย
- ผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัย 5 รายเท่าเดิม
- ผู้ป่วยยืนยัน 1 รายเท่าเดิม ที่จังหวัดปราจีนบุรี เป็นชายอายุ 18 ปี อยู่ที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เริ่มป่วยวันที่ 31 สิงหาคม 2547 เข้ารับการรักษาวันที่ 4 กันยายน 2547 เสียชีวิต วันที่ 8 กันยายน 2547 ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่า พบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก (H5N1) มีประวัติสัมผัสไก่ชน


8. การแยกรักษาผู้ป่วยอย่างถูกต้องโดยเร็วที่สุด รวมทั้งการป้องกันการแพร่เชื้อในโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด
8.1 จัดทำคู่มือและแนวทางการปฏิบัติงานการรักษาผู้ป่วยและการป้องกันการแพร่เชื้อในโรงพยาบาล รวมทั้งการเฝ้าระวังโรค การดำเนินงานเมื่อพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ การเก็บและส่งตัวอย่างเพื่อตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดนก
8.2 จัดอบรมเตรียมพร้อมรับโรคติดต่ออุบัติใหม่ให้แก่แพทย์ พยาบาล และนักระบาดวิทยาของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ รวม 1,100 คน
8.3 สนับสนุนชุดทดสอบหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เบื้องต้น (ทราบผลภายใน 15-30นาที) ให้กับโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลระดับจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ
8.4 ดำเนินการตามแนวทางการค้นหาและวินิจฉัยผู้ป่วย และให้การรักษาผู้ป่วยตามหลักวิชาการและมาตรฐานการรักษาที่ถูกต้องโดยเร็ว ได้แก่ ยาต้านไวรัส (Olseltamivir: ชื่อการค้า Tamiflu)
8.5 แจ้งเตือนสถานบริการสาธารณสุข (รพ., สอ.) ทั้งภาครัฐและเอกชนให้วินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยรวมทั้งการป้องกันการติดเชื้อในสถานบริการ ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข

9. สนับสนุนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้แก่กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจและบุคคลที่มีหน้าที่กำจัดสัตว์ปีก เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อและการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ซึ่งหากบุคคลนั้นเกิดการติดเชื้อไข้หวัดนก วัคซีนจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมระหว่างเชื้อไข้หวัดนกกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ เพื่อป้องกันการระบาดใหญ่ที่เกิดจากการแพร่ติดต่อเชื้อจากคนถึงคนได้

10. พัฒนาศักยภาพและระบบเฝ้าระวังไข้หวัดนกทางห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ดังนี้
10.1 พัฒนาศักยภาพวิธีการตรวจชันสูตร และจัดบุคลากรปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ทั้งในส่วนกลาง ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขและส่วนภูมิภาค ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้ง 13 ศูนย์ ซึ่งทำให้สามารถรายงานผลการตรวจชันสูตรได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมง สามารถรายงานผลการตรวจชันสูตรได้ภายใน 24 ชั่วโมง ทุกราย จากผลการตรวจชันสูตรจนถึงขณะนี้ไม่พบว่ามีสารพันธุกรรมต้องสงสัยของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก
10.2 จัดตั้งระบบเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกทางห้องปฏิบัติการ และให้มีการรายงานทันทีเมื่อกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้รับตัวอย่างสิ่งส่งตรวจเพื่อชันสูตรโรคไข้หวัดนกไปยังกรมควบคุมโรคเพื่อประสานงานการควบคุมและป้องกันโรคให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และมีการรายงานผลเร่งด่วนไปยังสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค หน่วยงานควบคุมป้องกันโรคในพื้นที่ และโรงพยาบาลที่ผุ้ป่วยรักษาตัวอยู่
10.3 จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์วิธีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลการชันสูตรที่มีประสิทธิภาพ และเผยแพร่ข้อมูลวิธีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางเว็บไซต์ http://www.dmsc.moph.go.th/webroot/nib/web/index.htm
10.4 จัดตั้งศูนย์ call center เพื่อให้ข้อมูลการตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการสำหรับโรคไข้หวัดนกที่หมายเลข 0-2951-0000 ในเวลาราชการ และที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-1989-1978 ตลอด 24 ชั่วโมง
10.5 จัดตั้งระบบการเฝ้าระวังการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก โดยการตรวจชันสูตรทางชีวโมเลกุล ซึ่งจากการเฝ้าระวังดังกล่าวที่ผ่านมา ยังไม่พบการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกที่สามารถติดต่อจากคนสู่คน

11. จัดให้มีบริการตอบคำถามประชาชนเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนกทางฮ็อตไลน์ (ศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค) โทร. 02-590-3333 และเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุขที่ http://www.moph.go.th

12. สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนกลับมาบริโภคไก่และไข่ ผ่านการรณรงค์และการประชาสัมพันธ์ เพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ค้ารายย่อย

13. รณรงค์การดำเนินการล้างตลาดสดทั่วประเทศ เพื่อเสริมการกำจัดแหล่งแพร่เชื้อ รวมทั้งรณรงค์ส่งเสริมพฤติกรรมอนามัยที่ช่วยป้องกันโรคติดต่อในวงกว้าง เช่น การบริโภคอาหารปรุงสุก การล้างมือ การใช้ชุดป้องกันในกลุ่มเสี่ยง และการไม่สัมผัส ชำแหละ หรือบริโภคเนื้อจากสัตว์ที่ป่วยหรือตายผิดปกติ

14. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ปัญหาโรคไข้หวัดนกและโรคติดต่ออุบัติใหม่อื่นๆ โดยร่วมดำเนินงานด้านสารัตถะในการประชุม Ministerial Meeting on the Current Poultry Disease Situation เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2547 ณ กระทรวงการต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร

15. ร่วมกับกรมปศุสัตว์ในการจัดทำวีซีดีและคู่มือการซักซ้อมการทำลายสัตว์ป่วยเพื่อควบคุมโรคไข้หวัดนก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการเฝ้าระวังและป้องกันโรคในคน

16. ประสานความร่วมมือทั้งด้านวิชาการ การศึกษาวิจัยและพัฒนา และการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายทั้งภายในประเทศและองค์การระหว่างประเทศ ได้แก่ องค์การอนามัยโลก และศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ

17. พิจารณาผลกระทบทางสาธารณสุขจากการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกในไก่ โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการฯและประชุมพิจารณา เพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบการพิจารณาผลกระทบทางสาธารณสุข

18. ร่วมแก้ไขปัญหาการลักลอบใช้วัคซีนไข้หวัดนกร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีองค์ประกอบคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบใช้วัคซีนไข้หวัดนก ทั้งจากคณะกรรมการอาหารและยา กรมศุลกากร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมปศุสัตว์


From..http://thaigcd.ddc.moph.go.th/AI_daily_report_270409.html
 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

 
· ข้อมูลเพิ่มเติม ไข้หวัดนก
· เสนอข่าวโดย kring


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด ไข้หวัดนก:
สธ. แนะวิธีซื้อเป็ดไก่ ช่วงตรุษจีน

บทความต่อไป: Avian influenza – 28 September 2004
 คำเฉพาะประจำสัปดาห์: 
ผลการดำเนินงานป้องกันโรคไข้หวัดนก..กรมควบคุมโรค | เรียกเข้าระบบ หรือ ลงทะเบียน | 0 ความเห็น
คะแนนอย่างต่ำ
ความเห็นเป็นของผู้ส่งเข้ามา ทางเราไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเห็นนั้นๆได้


Web site กระทรวงสาธารณสุขสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ (พิษณุโลก) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย

โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 โทร 055-682030-42
อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน แจ้ง หน่วยกู้ชีพศรีสังวร โทร 1669 หรือ 055-681331

Powered by the AutoTheme HTML Theme System
Page created in 0.144923 Seconds