ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย

Login

 
 ชื่อเรียก
 รหัสผ่าน
 จำชื่อและรหัสผ่าน

Main Menu

 
 หน้าหลัก
 QualityOnline
 WWW3
 SSWRisk
 KMnet

บริการ
 ข้อมูลทั่วไปโรงพยาบาล
 แผนที่ที่ตั้งโรงพยาบาล
 ปฎิทินกำหนดการ
 โทรศัพท์ภายใน
 อนุสรณ์ 60 ปี ศรีสังวร
 รายงานการประชุม กบห.
 ตารางแพทย์ตรวจOPD
 ตรวจสอบสิทธิ : สุโขทัย
 ตรวจสอบสิทธิ : จ่ายตรง
 ตรวจสอบสิทธิ : ธนาคาร
 รายงานยอดผู้ป่วยใน
 อัตราครองเตียงผู้ป่วยใน
 การแยกประเภทผู้ป่วยใน
 ประวัติการรักษาผู้ป่วย
 ระบบ Finger Scan
 พจนานุกรม
 กระดานข่าว
 ห้องสมุด
 อัลบัมภาพ
 ค้นหา
 อัตราค่ารักษาพยาบาล

หน่วยงาน

 

กลุ่มอำนวยการ
 ระเบียบ/คำสั่ง

กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ
 แผนการลงทุนและการจัดซื้อจัดจ้าง
 บัญชีครุภัณฑ์การแพทย์ ครุภัณฑ์อื่นและสิ่งก่อสร้าง
 แบบเสนอความต้องการพัสดุ
 แผน CUP อ.ศรีสำโรง
 Form Template สำหรับเสนอข่าวสารโรงพยาบาล

กลุ่มงานเภสัชกรรม
 แนวทางการปฏิบัติงาน

กลุ่มการพยาบาล
 ตารางเวรตรวจการฯ
 งาน IC
 งานคุณภาพการพยาบาล
 คลินิกเคมีบำบัด
 ตรวจสุขภาพเชิงรุก

กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู
 กายภาพบำบัด
 กิจกรรมบำบัด
 แพทย์แผนไทย
 KM เวชกรรมฟื้นฟู

ฝ่ายบริหารทั่วไป
 ข่าวสารบ้านพัก รพ.

Web Admin
 จัดการเวบหน่วยงาน

xraypacs xraypacs











รายการใช้วัสดุ-เพื่อเสนอราคา


KM srisangworn



sahakorn srisangworn


หัวข้อหลัก > ข่าวสารห้องยา : ย้อนกลับ
 
ระบุ ให้ยาปฏิชีวนะเด็กวัยก่อนขวบ เสี่ยงเป็นโรคหอบหืดเพิ่ม 2 เท่า

เมื่อ วันอาทิตย์ 17 มิถุนายน 2007 - 07:51 ::: ผู้บันทึก: prweb ::: 4901 คนอ่าน  หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

ข่าวสารห้องยาสั่งแพทย์งดให้ ถ้าไม่จำเป็นแบบสุดๆ

หนังสือพิมพ์เดอะแวนคูเวอร์ซันฉบับออนไลน์ของแคนาดารายงานว่าการวิจัยล่าสุดศึกษาพบว่า เด็กที่ได้รับยาปฏิชีวนะจากการสั่งจ่ายของแพทย์ในช่วงอายุยังไม่ถึงขวบจะมีความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคหอบหืดมากกว่าปกติถึง 2 เท่าเมื่อมีอายุ 7 ขวบ

โดยการวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาจากรายงานของมหาวิทยาลัย 2 แห่งได้แก่มหาวิทยาลัยแห่ง มานิโตบาและมหาวิทยาลัยแม็คกิลล์

นพ. เอ็ดมอนด์ ฉาน ซึ่งเป็นกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านโรคภูมิแพ้ในเด็ก ประจำที่โรงพยาบาลเด็ก บี.ซี. กล่าวว่าแม้งานวิจัยซึ่งได้รับการตีพิมพ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาในวารสารการแพทย์ เชส ซึ่งเป็นวารสารสำหรับแพทย์โรคทรวงอกนี้จะไม่ได้ฟันธงว่า การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นสาเหตุโดยตรงของความเสี่ยงในการเป็นโรคหอบหืดที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกัน และทั้งนี้ผลการวิจัยนี้เพิ่มน้ำหนักให้กับผลการวิจัยอื่น ๆ ก่อนหน้าที่ระบุว่าการใช้ยาปฏิชีวนะมีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคหอบหืด

ดร.แอนิตา โคไซร์สกีจ์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่ง มานิโตบาได้ทำการศึกษาประวัติการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะของเด็กจำนวน 13,000 คนทั้งที่มีและไม่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคเป็นต้นว่า ประวัติการเป็นโรคหอบหืดของมารดา การมีที่พักอาศัยอยู่ในเมือง และความถี่ในการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ โดยเธอได้ศึกษาถึงว่าเด็กเหล่านั้นได้รับการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะกี่ครั้งในช่วงก่อนถึง 1 ขวบและศึกษาติดตามผลกลุ่มตัวอย่างต่อเนื่องไปเป็นเวลา 7 ปี

ดร.โคไซร์สกีจ์กล่าวว่าผลการศึกษาที่ได้พบว่าเด็กที่ได้รับยาปฏิชีวนะจากการสั่งจ่ายของแพทย์ในช่วงก่อน 1 ปีแรกของชีวิตมีความสัมพันธ์กันกับความเสี่ยงในการเป็นโรคหอบหืดที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะเด็กที่อาศัยอยู่ในชนบทไม่ใช่ในเมือง และความเสี่ยงที่พบนั้นจะมีมากที่สุดในเด็กที่ได้รับยาปฏิชีวนะมากกว่า 4 ครั้งขึ้นไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาปฏิชีวนะชนิดที่มีผลครอบคลุมอาการกว้าง ๆ

ทั้งนี้การศึกษานี้ทำเพื่อทดสอบสันนิษฐานเรื่อง ไมโครฟลอร่า ซึ่งเชื่อว่าแบคทีเรียชนิดดีไมโครฟลอร่าซึ่งจะอยู่ในระบบทางเดินอาหารของเด็กนี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างระบบภูมิคุ้มกันของเด็ก และเมื่อแบคทีเรียชนิดนี้ถูกทำลายไปในช่วงปีแรกของชีวิตเด็กจึงมีความเสี่ยงที่มากกว่าปกติในการเป็นโรคภูมิแพ้และหอบหืด

ดร.โคไซร์สกีจ์กล่าวว่ายาปฏิชีวนะทุกชนิดเป็นตัวทำลายแบคทีเรียชนิดดีไปพร้อม ๆ กับแบคทีเรียชนิดเลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาปฏิชีวนะชนิดที่ให้ผลครอบคลุมในวงกว้าง อย่าง เซฟาโลสโปรินส์ ที่แพทย์มักสั่งจ่ายเพื่อรักษาอาการหูติดเชื้อจะทำลายแบคทีเรียดีไมโครฟลอร่าไปมากกว่ายาชนิดที่ออกฤทธิ์ในวงแคบ ๆ นอกจากนี้แล้ว ยาเพนิซิลลินก็เป็นยาอีกตัวหนึ่งที่ทำลายแบคทีเรียเช่นกัน

ดังนั้น ดร.โคไซร์สกีจ์จึงได้สรุปว่า คำแนะนำสำหรับแพทย์ที่พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็นจะต้องสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะให้กับเด็กอายุน้อยกว่า 1 ขวบก็ขอให้พิจารณาใช้ยาประเภทที่ให้ผลในวงแคบแทนดีกว่า เพราะจากการวิจัยนี้ก็แสดงให้เห็นว่าเด็กจำนวนถึง 52 เปอร์เซ็นต์ได้รับการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะชนิดออกฤทธิ์ครอบคลุมกว้าง ๆ ทั้งนั้นเลย มีเพียงแค่ 3 เปอร์เซ็นเท่านั้นเองที่ได้รับยาปฏิชีวนะที่ให้ผลในวงแคบ และอีก 10 เปอร์เซ็นต์ก็ได้รับยาทั้ง 2 ประเภท

ดร.โคไซร์สกีจ์ กล่าวว่าทฤษฎีที่จะสามารถอธิบายได้ว่าทำไมผลการวิจัยของเธอจึงพบความสัมพันธ์ที่เด่นชัดระหว่างการได้รับยาปฏิชีวนะกับความเสี่ยงในการเป็นโรคหอบหืดในเด็กที่อาศัยอยู่ในชนบทแต่กลับไม่พบนัยสำคัญในกลุ่มเด็กในเมือง ก็คือว่าแพทย์ในชนบทมีแนวโน้มในการใช้ยาปฏิชีวนะชนิดให้ผลครอบคลุมในวงกว้างมากกว่าแพทย์ในเมืองนั่นเอง

ด้าน นพ.ฉาน ก็ได้แสดงความเห็นด้วยกับประเด็นนี้และได้แนะนำว่าแพทย์ในชนบทควรต้องหลีกเลี่ยงการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะในเด็กวัยก่อน 1 ขวบยกเว้นแต่จำเป็นโดยไม่มีทางเลี่ยงได้จริงๆ และย้ำด้วยว่าไม่ควรให้ยานี้ไปเลยดีกว่าหากไม่จำเป็นประเภทหัวเด็ดตีนขาดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นยาปฏิชีวนะชนิดใดก็ตาม





ที่มา :
ข้อมูลจาก : สำนักข่าวต่างประเทศ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.
วันที่ 14 มิถุนายน 2550

 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

 
· ข้อมูลเพิ่มเติม ข่าวสารห้องยา
· เสนอข่าวโดย prweb


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด ข่าวสารห้องยา:
คนไทยบ้ากินยา ติดอันดับต้นของโลก

บทความต่อไป: อย. เตือนอย่าหลงเชื่อน้ำดื่มจากเครื่องผลิตน้ำที่อวดอ้างรักษาโรค
 คำเฉพาะประจำสัปดาห์: 
ระบุ ให้ยาปฏิชีวนะเด็กวัยก่อนขวบ เสี่ยงเป็นโรคหอบหืดเพิ่ม 2 เท่า | เรียกเข้าระบบ หรือ ลงทะเบียน | 0 ความเห็น
คะแนนอย่างต่ำ
ความเห็นเป็นของผู้ส่งเข้ามา ทางเราไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเห็นนั้นๆได้


Web site กระทรวงสาธารณสุขสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ (พิษณุโลก) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย

โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 โทร 055-682030-42
อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน แจ้ง หน่วยกู้ชีพศรีสังวร โทร 1669 หรือ 055-681331

Powered by the AutoTheme HTML Theme System
Page created in 0.157641 Seconds