Srisangworn Sukhothai Hospital

ฝึกฝนลูกรัก รู้จักตนเอง

บทความ / ข่าวสารทั่วไป
วัน: 18 ก.ค. 2007 - 14:14
ในขณะที่ลูกๆ เติบโตขึ้น พ่อแม่อาจกังวลในปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูก โดยเฉพาะการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับบุคคลอื่น การคบเพื่อนต่างเพศและภัยทางเพศในสังคม การเสริมสร้างความสมดุลระหว่างการเลี้ยงดูลูกให้มีความมั่นใจ โดยยังอยู่ในขอบเขตแห่งความถูกต้องและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้พ่อแม่เกิดการพัฒนาแนวทางในการเลี้ยงดูลูกอย่างมีคุณภาพ

น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ จิตแพทย์กรมสุขภาพจิต กล่าวถึงขอบเขตแห่งตน (Boundary) ในกิจกรรมห้องเรียนพ่อแม่เรื่อง "ขอบเขตแห่งตนฝึกฝนอย่างไร" ซึ่งมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กร่วมกับอุทยานการเรียนรู้ทีเคปาร์คจัดขึ้นว่า เป็นเรื่องที่ครอบคลุมถึงตัวตนภายนอกและภายใน หรือร่างกายและจิตใจของเรา

คำว่า ขอบเขตแห่งตน เป็นคำทางจิตวิทยา หากเรียกเป็นภาษาทั่วไปก็คือ การสอนความเป็นตัวเรา เราเป็นอย่างไรก็คือตัวตนของเรา ซึ่งจะอธิบายถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ความเชื่อที่ปลูกฝังและสะสมมาในตัวเราตลอดชีวิต

ตัวตนของเรามี 3 ชนิด คือตัวตนที่เป็นเอกบุคคล ตัวตนที่ยึดโยงกับครอบครัว และตัวตนตามแบบศาสนาที่นับถือ ซึ่งตัวตนชนิดที่สามนี้มีความสำคัญกับผู้ใหญ่มาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาจิตอีกขั้นหนึ่งที่เรียกว่า การไม่ยึดติดกับตัวตนหรืออนัตตา

ตัวตนมีพัฒนาการตามวัย ซึ่งจะสอดคล้องกับคุณสมบัติอื่นๆ ในวิถีชีวิต วิธีการจัดการก็ต้องมีวิธีการตามวัย นักจิตวิทยาแบ่งพัฒนาการของคนไว้ 5 ระยะ ได้แก่

ระยะแรก หรือ 6 เดือนแรก เด็กทารกที่คลอดมาจากท้องแม่ก็ยังอยู่ในอ้อมอกของแม่ เด็กยังแยกไม่ได้ว่าตัวตนคืออะไร เป็นช่วงแรกของชีวิตที่ยังแยกจากตัวตนไม่ได้ว่าตัวเองคืออะไร นี่เป็นช่วงพิเศษช่วงหนึ่ง พัฒนาการของเด็กก็คือส่วนหนึ่งของแม่นั่นเอง จะได้รับความใกล้ชิด ความผูกพันจากแม่

ระยะที่สอง 6 เดือน-1 ปีครึ่ง เด็กจะพัฒนาสมอง สามารถจำหน้าคนได้ คนแรกที่จำได้คือแม่กับพ่อ ช่วงนี้เมื่อคนแปลกหน้าอุ้มเด็กจะร้องไห้ ซึ่งไม่ใช่ความกลัวที่รุนแรงแต่เด็กเริ่มจำหน้าคนได้ว่าคนที่อุ้มไม่ใช่พ่อแม่ เด็กจะเริ่มรู้สึกตัวเองแยกจากพ่อแม่เป็นคนละคนแล้ว แต่ความผูกพันยังรู้สึกว่าต้องกลับไปหาพ่อแม่อยู่เสมอ ห่างพ่อแม่นานไม่ได้

ระยะที่สาม 2-5 ปี เด็กวัยนี้จะเริ่มรู้ว่าอะไรทำได้และไม่ได้ พ่อแม่ทำหน้าที่เป็นผู้ที่สอนให้เด็กรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด และสอนถึงความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นรากฐานจริยธรรมคุณธรรมในตัวตน

ระยะที่สี่ ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เด็กเริ่มเข้าสู่สังคมของเพื่อน เริ่มมีอะไรที่นอกเหนือจากครอบครัว มีการเรียนรู้ในมุมมองที่กว้างขึ้น

ระยะที่ห้า ช่วงวัยรุ่น ช่วงนี้เด็กจะเป็นตัวของตัวเอง เป็นอิสระ ต้องหาความเป็นตัวเองให้เจอ เป็นวัยสุดท้ายของการสร้างความเป็นตัวตน มักมีความคิดว่าความเป็นตัวของตัวเองเกิดจากการรับรู้ของคนอื่น ผู้ทำการโฆษณาถึงรู้ว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่มีผลต่อการโฆษณามาก พ่อแม่หรือครูต้องเสริมสร้างความมั่นใจ แต่ไม่ใช้อำนาจควบคุม

การสอนเรื่องขอบเขตแห่งตนให้กับเด็ก ควรเป็นไปตามพัฒนาการของวัย มีการเรียนรู้ที่เป็นไปตามธรรมชาติซึ่งถ่ายทอดผ่านการเลี้ยงดู ไม่สามารถสอนได้เหมือนคำสั่งสอน พ่อแม่สอนลูกได้ด้วยพฤติกรรมของตนเองและการมีปฏิสัมพันธ์กับลูก เช่น สอนให้ลูกวัย 2-5 ปีรู้จักควบคุมอารมณ์ให้ดีขึ้น หรือว่าเด็กเริ่มที่จะไปมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน พ่อแม่ก็ต้องสอนให้รู้จักเรื่องถูกผิด เช่นเด็กไปหยิบของเพื่อนมาจากโรงเรียนอนุบาล พ่อแม่ก็ต้องบอกให้เขาเอาไปคืน เขาเล่นกับน้องและใช้ความรุนแรงก็ต้องบอกต้องห้ามว่าไม่ถูกต้อง เด็กก็จะเริ่มรู้จักถูกผิด การมีคุณธรรมภายในตนเองคือความเป็นตัวตน

การแก้ปัญหาในเด็กเพื่อให้เกิดการรู้จักตัวตน นั้น ต้องดูความแตกต่างของเด็กแต่ละคนและวิธีการจัดการ ซึ่งมีหลักใหญ่ๆ อยู่ 3 อย่าง คือ
1.ใช้การลงโทษเมื่อสมควรแก่เหตุและทำเพื่อให้เกิดการสำนึก เพราะการลงโทษที่รุนแรงจะทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่รัก ทำให้ไม่ภาคภูมิใจในตนเอง ความสามารถในการควบคุมตนเองจะต่ำ ทำให้สิ่งแวดล้อมภายนอกมีอิทธิพลต่อเด็กประเภทนี้มาก เช่น การเลียนแบบการแต่งตัวของดาราที่เห็นทางโทรทัศน์ การนิยมสินค้าฟุ่มเฟือยตามเพื่อน เป็นต้น
2.พยายามหาด้านบวกให้กับเด็ก เด็กเติบโตมาจะรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ฉะนั้นขณะที่เด็กมีปัญหาพ่อแม่ต้องสร้างนิสัยทางบวกให้ เช่น ชวนลูกมาทำงานด้วย เวลาพ่อแม่ทำอะไรก็ชวนลูกมาทำร่วมกัน หาความสามารถพิเศษของลูกให้ได้สัมผัสกับสิ่งที่ตนชอบ และพ่อแม่สามารถใช้กิจกรรมที่ทำนั้นชื่นชมในความสำเร็จของลูกได้
3.ให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมของทางบ้านมากขึ้น เมื่อพ่อแม่ทำให้เด็กเห็นว่าตนเองมีคุณค่าจะช่วยให้เด็กรู้สึกว่ามีคุณค่าในตนเองมากขึ้น

สิ่งเหล่านี้ต้องทำอย่างเสมอต้นเสมอปลาย พ่อแม่ส่วนใหญ่ที่จัดการลูกไม่ได้ผลมักมีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูที่ปล่อยสลับกับรุนแรง คือช่วงไหนที่ตนเองอารมณ์ดีก็จะปล่อย ช่วงไหนเกิดปัญหาขึ้นก็ใช้ความรุนแรง วิธีการแบบนี้ไม่สามารถทำให้เด็กเกิดการพัฒนาตนเองได้

น.พ.ยงยุทธกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการสอนให้เด็กรู้ว่าคุณค่าของตัวเองไม่ได้อยู่ที่ภายนอก แต่อยู่ที่ภายใน เพราะเด็กในปัจจุบันมักจะถูกโฆษณาและละครทำให้เห็นว่าคุณค่าของตนเองอยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก เช่น ถ้าผิวไม่ขาว หน้ามีสิว รูปร่างอ้วน เด็กจะเป็นทุกข์ ซึ่งจริงๆ แล้วหากพ่อแม่ให้กำลังใจและทำให้เข้าใจว่าที่พ่อแม่ภูมิใจไม่ใช่สิ่งเหล่านี้ เด็กก็จะเริ่มรู้จักค่านิยมว่าคุณค่าของตนเองไม่ใช่คุณค่าจากรูปลักษณ์ทางเพศแต่เป็นคุณค่าภายใน

นอกจากนี้ ควรสอนในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง ผู้ชายกับผู้หญิงมีความเข้าใจในเรื่องเพศแตกต่างกัน ซึ่งจะทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความเคารพและระมัดระวังในความสัมพันธ์ชายกับหญิงมากขึ้น เด็กต้องรู้ว่าเพศสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นสิ่งซับซ้อน เมื่อมีเพศสัมพันธ์ต้องได้รับการดูแลที่ปลอดภัย ไม่เช่นนั้นจะประสบปัญหาโรคทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม นี่เป็นองค์ประกอบจากวิถีชีวิต การพูดคุย การเรียนรู้อย่างเป็นทางการ ความอยากรู้อยากเห็นนั้นมีอยู่ในทุกคน แต่พ่อแม่ควรสอนให้เด็กเข้าใจและควบคุมดูแลตนเองให้ดี เพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยที่ดีให้กับลูกนั่นเอง

สนใจข้อมูลการเลี้ยงลูกอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย หรือปรึกษาปัญหาพฤติกรรมเด็ก ติดต่อได้ที่ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โทร. 0-2412-0738, 0-2412-9834 www.thaichildrights.org



ข้อมูลจาก :
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6075 หน้า 35


บทความนี้มาจาก Srisangworn Sukhothai Hospital
http://192.168.0.37/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://192.168.0.37/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=1006