Srisangworn Sukhothai Hospital

อย. เตือนโฆษณาวัคซีน "มะเร็งมดลูก"

บทความ / ข่าวสารห้องยา
วัน: 07 ส.ค. 2007 - 15:04
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) น.พ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงข่าวข้อเท็จจริงกรณีการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกว่า ตามกฎหมาย บริษัทยาไม่สามารถให้ข้อมูลยาหรือวัคซีนได้ นอกจากผู้ประกอบวิชาชีพเท่านั้น ซึ่งอย.ไม่ได้ต่อต้านวัคซีนดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องที่ดีที่นักวิทยาศาสตร์สามารถคิดค้นวัคซีนดังกล่าวได้ แต่ผลในการวิจัยขณะนี้ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ไม่ 100%

"ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มสตรีมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าในการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก เพราะวัคซีนมีราคาแพงเข็มละ 4,500-5,000 บาทและต้องฉีดถึง 3 เข็ม จึงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนใช้ และจากข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่าสามารถป้องกันการเกิดโรคนี้ได้ โดยการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ไม่เปลี่ยนคู่นอนหลายคน และตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ส่วนสถานพยาบาลควรให้ข้อมูลที่ครบถ้วนแก่สตรีก่อนฉีดด้วย เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง" น.พ.ศิริวัฒน์กล่าว

รศ.น.พ.สมศักดิ์ สุทัศน์วรวุฒิ สูตินรีแพทย์ ร.พ.รามาธิบดี กล่าวว่าสาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแปปปิโลมา หรือไวรัสเอชพีวี มีอยู่ประมาณ 100 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่พบว่ามีความเสี่ยงสูงที่ก่อให้เกิดมะเร็ง คือสายพันธุ์ 16, 18, 31 และ 33 โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่เอชพีวี 16 และ 18 เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดมะเร็งมากที่สุด คือ ครอบคลุมมะเร็งปากมดลูกทั่วโลกประมาณ 70% ซึ่งจะได้ผลเมื่อได้รับไวรัสสายพันธุ์ 16, 18 เท่านั้น จึงไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ในการโฆษณากลับกล่าวว่าผู้หญิงทั้งหมดควรได้รับการฉีด ทั้งที่การศึกษาได้ทดลองในกลุ่มผู้หญิงอายุ 15-ไม่เกิน 26 ปี และวัคซีนมีอายุประมาณ 5 ปีเท่านั้น จึงไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะควรฉีดวัคซีน

"วัคซีนมะเร็งปากมดลูกที่ขณะนี้ใช้อยู่จะช่วยสร้างภูมิต้านทานประมาณ 70% กรณีที่ไม่เคยได้รับเชื้อมาก่อน แต่หากติดเชื้อแล้วก็จะไม่ช่วยอะไร เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีนที่ได้ผลจึงต้องฉีดในหญิงที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ หรือยังไม่ได้รับเชื้อ ซึ่งจะทราบได้โดยการเจาะเลือดตรวจเท่านั้น" รศ.น.พ.สมศักดิ์กล่าว

ด้านน.พ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า การควบคุมการโฆษณามีกฎหมายกำกับอยู่ คือ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 แก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2547 มาตรา 38 ระบุว่า ห้ามผู้ได้รับอนุญาต ผู้ประกอบการสถานพยาบาลโฆษณาอันเป็นเท็จ โอ้อวด เป็นจริงหรือหลอกลวง และประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 11 หากสถานพยาบาลฝ่าฝืนจะต้องโทษปรับ 2 หมื่นบาท และปรับวันละ 1 หมื่นบาทจนกว่าจะถอนโฆษณาดังกล่าว ขณะนี้พบบางสถานพยาบาลที่มีการโฆษณาลักษณะที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด จึงจะทำหนังสือเวียนให้สถานพยาบาลทราบว่าไม่สามารถทำได้







ข้อมูลจาก :
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
วันที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6095 หน้า 15


บทความนี้มาจาก Srisangworn Sukhothai Hospital
http://192.168.0.37/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://192.168.0.37/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=1026