Srisangworn Sukhothai Hospital

‘วันอนามัยโลก 7 เมษา’

บทความ / ข่าวสารทั่วไป
วัน: 09 เม.ย 2010 - 10:37
สธ. หวั่นโรคสมัยใหม่คุกคามคนเมือง ชู ‘วันอนามัยโลก 7 เมษา’ จุดเริ่มต้นพลิกชีวิต – พัฒนาเมือง

กระทรวงสาธารณสุข จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนามัยโลก ปี 2553 ตั้งเป้าพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมืองรองรับการขยายตัวของประชากรในเขตเมือง พร้อมหวังลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคสมัยใหม่ที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยในพิธีเปิดการจัดกิจกรรมเนื่องในวันอนามัยโลก ปี 2553 ณ ห้องประชุมไพจิตร ปวะบุตร อาคาร 7 ชั้น 9 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า ทุกวันที่ 7 เมษายนของทุกปี องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้เป็น “วันอนามัยโลก” และในปี 2553 นี้ ประเด็นที่ได้รับความสนใจและถูกกำหนดเป็นเนื้อหาสำคัญของวันอนามัยโลกคือเรื่องความเป็นเมืองกับสุขภาพโดยกำหนดการรณรงค์ภายใต้หัวข้อ “สุขภาพเขตเมืองเป็นเรื่องสำคัญ” (Urban Health Matters) เพราะปัจจุบันความเป็นเมืองกำลังขยายตัวไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันพบว่าประชากรทั่วโลกที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองมีมากกว่าร้อยละ 50 หรือประมาณ 3,300 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 67 หรือประมาณ 5,000 ล้านคน ในปี 2573 โดยประชากรโลกประมาณ 2 ใน 3 อยู่ในเขตเมือง และในจำนวนนี้มีแนวโน้มอยู่ในชุมชนแออัดร้อยละ 28 โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ความเป็นเมืองมีการขยายตัวมากขึ้นตามลำดับ และไม่ได้จำกัดเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเมืองปริมณฑลและเทศบาลเมืองต่าง ๆ เพราะจากข้อมูลปี พ.ศ. 2552 ประเทศไทย มีประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองประมาณร้อยละ 36 ของประชากรทั้งประเทศหรือประมาณ 22 ล้านคน และคาดว่าในปี 2563 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า จะเพิ่มเป็นร้อยละ 38 หรือประมาณ 25 ล้านคน

นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า การเคลื่อนย้ายประชากรจากชนบทสู่เมืองทั้งเพื่อการประกอบอาชีพและการศึกษาพบว่ายังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความพร้อมด้านการจัดหาและให้บริการสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน อีกทั้งก่อให้เกิดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และคนยากจน เสี่ยงต่อการเกิดโรคสมัยใหม่ เพราะความเป็นเมืองทำให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ขาดการออกกำลังกาย บริโภคอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ก่อเกิดโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น รวมทั้งเกิดปัญหาสังคม เช่น อาชญากรรม และยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายที่จะส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มวัย ด้วยการเร่งพัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพประชาชนเขตเมือง ทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเขตเมือง การป้องกันและควบคุมโรค การพัฒนาคุณภาพระบบบริการสาธารณสุขทุกระดับเพื่อลดช่องว่างและความไม่เป็นธรรมด้านสุขภาพของประชาชน โดยกำหนดให้วันที่ 7 เมษายน วันอนามัยโลก เป็นวันเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมือง

“พร้อมทั้งจัดทำโครงการ 1000 เมือง 1000 ชีวิต พิทักษ์คุณภาพชีวิตคนเมือง เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการจัดการเมืองของเทศบาลต่าง ๆ เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยการสรรหาเมืองดีเด่นเข้าร่วมกิจกรรม โดยความเป็นเมืองดีเด่นต้องครอบคลุมใน 6 มิติ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านวัฒนธรรม ด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข และด้านสังคม ซึ่งขณะนี้มีเทศบาลเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 51 เมือง และกำลังเตรียมการเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มเติมจำนวน 16 เมือง รวม 67 เมือง และมีบุคคลตัวอย่างที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพชีวิตจนที่ประจักษ์แล้วจำนวน 9 คน ที่จะร่วมรณรงค์และดำเนินการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมยกระดับสภาพแวดล้อมชุมชนแออัดเขตเมือง และพัฒนาภูมิทัศน์และพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองเพื่อการพักผ่อนและการออกกำลังกาย เพื่อให้ประชาชนในเขตเมืองอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย เอื้อต่อการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ทั้งนี้ เมืองที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับประกาศเกียรติคุณเป็นเมืองต้นแบบของโลกในที่ประชุมระดับโลก (Global Forum) ณ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนพฤศจิกายน 2553 ต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในที่สุด



บทความนี้มาจาก Srisangworn Sukhothai Hospital
http://192.168.0.37/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://192.168.0.37/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=1453