Srisangworn Sukhothai Hospital

“ประกันสังคม” โฉมใหม่ เพิ่มสิทธิประโยชน์-เร่งพัฒนาเท่าเทียมบัตรทอง

บทความ / ข่าวสารทั่วไป
วัน: 13 ต.ค. 2010 - 09:48
“เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ฟุ้ง “ประกันสังคม” โฉมใหม่ เพิ่มสิทธิประโยชน์-เร่งพัฒนาเท่าเทียม

“ผมคิดว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องปรับโฉมระบบประกันสังคม
ให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น
เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่เท่าเทียม
นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มีศักยภาพ”


นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันหนักแน่น ในการให้สัมภาษณ์โอกาสที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ครอบรอบ 20 ปี
       
นายเฉลิมชัย บอกว่า ก้าวต่อไปของประกันสังคม มีการกำหนดแผนงานเพื่อสู่เป้าหมายโดยมุ่งเน้นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้ประกันตน เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่ง มี 4 ด้าน ได้แก่
     1. การพัฒนามาตรฐานการให้บริการทางการแพทย์
     2. การพัฒนาการให้บริการเพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงสิทธิประโยชน์และได้รับความสะดวก
     3. การให้ความคุ้มครองแก่ผู้ทุพพลภาพ
     4. การขยายความคุ้มครองประกันสังคมแก่แรงงานนอกระบบตามมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม
       
เมื่อถามว่า ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มขึ้น เฉลิมชัย แจกแจงว่า ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มเติม ใน 6 ด้าน ได้แก่
     1. เพิ่มค่าคลอดบุตร จาก 12,000 เป็น 13,000 บาท
     2. เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร 350 บาท/เดือน เป็น 400 บาท/เดือน
     3. เพิ่มค่าทันตกรรม จาก 250 บาท เป็น 300 บาท และไม่เกิน 500 บาทต่อปี เป็นเงินไม่เกิน 600 บาทต่อปี
     4. ใส่รากฟันเทียมสำหรับผู้ประกันตนที่ประสบอุบัติเหตุ
     5. รักษาโรคจิตต่อเนื่อง
     6.เพิ่มค่ารักษาผู้ทุพพลภาพจาก 2,000 เป็นเข้าโรงพยาบาลรัฐฟรี และหากเข้าโรงพยาบาลเอกชนผู้ป่วยต้องรับผิดชอบเอง 4,000 บาท 

        
“เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม มีมติให้ออกกฎกระทรวง เพิ่มสิทธิประโยชน์ กรณีเงินสงเคราะห์บุตรเพิ่มเป็น เดือนละ 400 บาทต่อคน เบิกได้ไม่ เกิน 2 คน ส่วนอีก 5 ข้อ ที่เหลือจะให้เป็นของขวัญปีใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการแก้ไขประกาศและกฎกระทรวงต่างๆ ให้เห็นผลภายใน 3 เดือน”นายเฉลิมชัย กล่าว
       
นายเฉลิมชัย บอกอีกว่า มาตรการต่างๆ กระแสตอบรับดีมาก เมื่อก่อนจำนวนผู้ประกันตน มีอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าของปีแรก จาก 2,154,669 คน ขณะนี้มีจำนวนผู้ประกันตนทุกประเภท รวมถึง 9,432,743 คน กล่าวได้ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี มีผู้ประกันตนเห็นถึงประโยชน์ของการทำประกันสังคม ในขณะที่จำนวนสถานประกอบการ มีอัตราการเพิ่มขึ้น ถึง 15 เท่า โดยปัจจุบัน มีสถานประกอบการ 391,908 แห่ง คาดว่า การเพิ่มสิทธิ์ประโยชน์น่าจะช่วยให้คนสนใจเข้าระบบประกันสังคมมากขึ้น
       
ขณะนี้สิ่งประชาชนต้องการมากที่สุด น่าจะเป็นเรื่องของการบริการด้านการแพทย์ ซึ่งหลายคนยังไม่พึงพอใจมากนักกับข้อจำกัดด้านบริการทางการแพทย์ที่เป็นอยู่ เช่น กรณีที่มีโรคร้ายแรงแล้วโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิไม่มีการส่งต่อเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่ระดับสูง เพราะกลัวเรื่องการรับภาระค่าใช้จ่าย หรือไม่ให้ยาราคาแพง หรือการรักษาแบบประคับประคองเพื่อให้ผู้ประกันตนเปลี่ยนสถานพยาบาลในปีต่อไป ซึ่งมีแนวทางการแก้ไข คือ ระยะแรก มีการตรวจติดตามคุณภาพขอการให้บริการของสถานพยาบาลต่างๆ มีการกำหนดการส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลที่สูงกว่า รวมถึงมีบทลงโทษ ระยะกลาง จะแยกบริการเป็นระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการส่งต่อ รวมถึงเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่ยังไม่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม
       
สำหรับแนวทางการพัฒนาในระยะยาว เพื่อของการบริการทางการแพทย์นั้น นายเฉลิมชัยบอกว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาในส่วนของการพัฒนาระบบบริการให้เท่าเทียมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยพยายามลดเงื่อนไขกรณีอุบัติเหตุ และเจ็บป่วยฉุกเฉินและมีการเพิ่มสิทธิการรักษาโรคที่ยกเว้น ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ สปส.เร่งศึกษามาตรการที่สามารถช่วยให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญาได้ทุกแห่ง รวมทั้งหาวิธีไม่ต้องให้ผู้ประกันตนสำรองจ่ายในบางโรคด้วย ซึ่งคาดว่าจะเป็นรูปธรรมได้ไม่เกินมีนาคมปีหน้า

 

ที่มา :
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์
หน้าแรกคุณภาพชีวิต - ชุมชนเมือง
โดยจารยา บุญมาก 
13 ตุลาคม 2553




บทความนี้มาจาก Srisangworn Sukhothai Hospital
http://192.168.0.37/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://192.168.0.37/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=1467