Srisangworn Sukhothai Hospital

เด็กอ้วน

บทความ / สุขภาพ
วัน: 29 ม.ค. 2013 - 15:16
เด็กอ้วน – อีกเรื่องของไทยที่กำลังติดอันดับโลก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีเหตุต้องไปร่วมงานที่มีเด็กๆ อยู่หลายงาน ก็ไม่รู้ว่า “เหตุบังเอิญ” หรือเพราะ “มีจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” แต่ที่แน่ๆ ทำให้นึกถึงข่าวที่ว่าแนวโน้มเด็กไทยมีอัตราการเติบโตของ “เด็กอ้วน” เร็วที่สุดในโลก

กรมอนามัยได้เคยประมาณการเกี่ยวกับสัดส่วนของเด็กไทยที่อาจจะเข้าสู่สภาวะเป็นเด็กอ้วนไว้ว่า ในปีพ.ศ. 2558 เด็กก่อนวัยเรียนในประเทศไทยจะกลายเป็นเด็กอ้วนในสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 5 นั่นหมายความว่า ในเด็ก 5 คน จะมีเด็กอ้วน 1 คน และเด็กวัยเรียน จะมีสัดส่วนของเด็กอ้วนอยู่ที่ 1 ใน 10

จากข้อมูลพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อุบัติการณ์โรคอ้วนในเด็กไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และตามสถิติอาจสรุปได้ว่า เป็นประเทศที่มีการเพิ่มจำนวนเด็กอ้วนเร็วที่สุดในโลก มีรายงานว่า เฉพาะช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนเด็กก่อนวัยเรียนอ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 36 และเด็กวัยเรียนอายุ 6-13 ปี อ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5

แล้วจะไม่ให้ตกใจได้อย่างไร..!!

สถานการณ์โรคอ้วนในเด็กไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามออกมาเตือนหลายต่อหลายครั้งว่า สถานการณ์น่าห่วงมาก สาเหตุก็ล้วนมาจากการบริโภคอาหารที่มีแคลอรี่สูงและน้ำตาลเกินขนาด อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อย มีแป้งมาก รสจัด ประเภทหวานจัด มันจัด เค็มจัด รวมทั้งอาหารจานด่วน น้ำอัดลม ไอศกรีม ขนมหวานต่างๆ ซึ่งทำให้เด็กติดรสหวาน และมักเสพติดมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนอาหารที่มีประโยชน์จะเลือกกินน้อย โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากใย ที่สำคัญไม่ชอบออกกำลังกายอีกต่างหาก

ก่อนหน้านี้รองศาสตราจารย์ พญ.ชุติมา ศิริกุลชยานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่าจากการสำรวจโรงเรียนภาครัฐมีเด็กอ้วนอยู่ประมาณร้อยละ 20 ในขณะที่โรงเรียนเอกชนมีถึงร้อยละ 30 ซึ่งเด็กผอมจะมีประมาณร้อยละ 2-4 ซึ่งมันแตกต่างกันเยอะ ทั้งที่ในอดีตเด็กผอมจะมากกว่า

คุณหมอชุติมากล่าวว่าในทางการแพทย์ “อ้วน” ถือเป็น “โรค” เพราะว่าสิ่งที่ตามมา ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และมีความเสี่ยงต่อไปก็เป็นโรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ ฯลฯ

โรคอ้วนกำลังกลายเป็นโรคร้ายที่กำลังคุกคามเด็กทั่วโลก โดยเฉพาะเด็กที่เกิดในประเทศศิวิไลซ์ทั้งหลาย ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่กำลังพัฒนา

ถ้าจะชี้ให้ชัดและแคบลงไปอีก ก็คือเด็กในประเทศที่ตกอยู่ในกระแส “บริโภคนิยม” ทั้งหลายนั่นแหล

แม้ที่ผ่านมา บรรดานักวิชาการได้พยายามเคลื่อนไหว และมีหลายหน่วยงานได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงเรื่องนี้ในวงกว้าง มีการเชื่อมโยงเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน และมีการพยายามประชาสัมพันธ์เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองระวังภัยร้ายเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ดูเหมือนยังไม่สามารถต้านทานอัตราการเพิ่มของเด็กกลุ่มเหล่านี้ได้เท่าที่ควร

ในขณะที่ภาครัฐเองดูเหมือนยังไม่ตระหนักและจริงจังกับปัญหานี้อย่างจริงจัง การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบจึงยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งสวนทางกับกระแสบริโภคนิยมที่นับวันยิ่งรุดหน้า ตามกระแสนโยบายกระตุ้นการใช้จ่าย กระตุ้นการบริโภค นั่นหมายถึงการกระตุ้นให้เด็กมีความเสี่ยงมากขึ้นด้ว

หรือต้องรอให้เด็กไทยกลายเป็นเด็กอ้วนครึ่งประเทศเสียก่อน...!


ขอบคุณภาพประกอบจาก Internet

ฉะนั้น ต้องเริ่มจากสถาบันครอบครัวที่ต้องตระหนักในเรื่องนี้เองอย่างจริงจัง เริ่มจากการรักลูกให้ถูกวิธี และไม่ควรปล่อยให้ลูกเข้าข่ายเด็กอ้วนด้วยสองมือของพ่อแม่

ประการแรก โปรดเลิกค่านิยมที่ว่าลูกยิ่งอ้วนจ้ำม่ำยิ่งน่ารักเสียเถิด

อย่าคิดว่าอ้วนตอนเด็กไม่เป็นไร โตขึ้นก็ผอมเอง เพราะจากงานวิจัยและสถิติทุกสำนักพบว่าเด็กอ้วนมีโอกาสเป็นผู้ใหญ่อ้วนในอนาค

ประการที่สอง สร้างนิสัยเรื่องการกินให้พอดีตั้งแต่เล็ก

ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะหิว หรือกินไม่อิ่ม โดยปกติเมื่อเด็กอิ่มเขาจะรู้ตัว แต่ส่วนใหญ่พ่อแม่หรือผู้ปกครองมักใช้สายตาของผู้ใหญ่แล้วบอกว่าลูกยังไม่อิ่มหรอกกินไปนิดเดียวเอง ก็เด็กตัวนิดเดียวจะให้กระเพาะใหญ่เท่าผู้ใหญ่ได้อย่างไร สิ่งสำคัญควรดูจากการเจริญเติบโตของลูก ส่วนสูงและน้ำหนักสัมพันธ์กันไหม มีพัฒนาการด้านอื่นที่รุดหน้าหรือไม่ควบคู่ไปด้วย

ประการที่สาม ฝึกนิสัยกินอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าอาหารที่อร่อย

ถ้าปลูกฝังตั้งแต่เล็กจะได้ผลมากกว่าตอนโต ถ้าเขาถูกตามใจเรื่องกินมาตลอด การแก้พฤติกรรมจะทำได้ยากกว่า โดยปกติลูกจะกินอาหารตามพ่อแม่ ยิ่งถ้าพ่อหรือแม่เป็นคนทำอาหารเองก็ยิ่งง่ายต่อการปลูกฝังเรื่องการกินที่ถูกหลักโภชนาการ ที่สำคัญพ่อแม่และผู้ใหญ่ในบ้านต้องเป็นตัวอย่างในการกินที่ดีด้วย

ประการที่สี่ หลีกเลี่ยงการกินอาหารนอกบ้าน

ถ้าลูกคุ้นเคยกับการกินอาหารนอกบ้านแล้ว มักจะติดใจและชอบที่จะกินอาหารที่มีแคลอรี่สูง ไขมันสูง เพราะอาหารเหล่านั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ถูกใจผู้บริโภค ยิ่งถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กล่ะก็ เขาจะออกแบบเน้นหวานมันกรอบแคลอรี่สูงๆ ทั้งนั้น และเมื่อเด็กบริโภคติดแล้ว โอกาสที่จะกลับมากินอาหารที่มีประโยชน์ก็จะลดน้อยลง

ประการห้า ชวนลูกออกกำลังกาย

คิดซะว่าเป็นการออกกำลังกายกันทั้งครอบครัว ทำเพื่อทุกคนในครอบครัวจนติดเป็นนิสัย พยายามหาโอกาสหรือสร้างกิจกรรมเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้เคลื่อนไหวร่างกาย ถ้าปลูกฝังตั้งแต่เล็กอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เด็กๆ ติดการออกกำลังกาย ซึ่งจะนำมาสู่การมีสุขภาพร่างกายที่ดี แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก็คือการได้ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เป็นการกระชับความสัมพันธ์และใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

ปัจจุบันปัญหาเรื่องเด็กอ้วนกำลังจะกลายเป็นโรคระบาดไปทั่วโลกตามกระแสบริโภคนิยมที่ขยายตัวไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และยากต่อการทัดทาน สิ่งที่จะทำได้ดีที่สุดคือการจัดการความอยากของตัวเอง จัดการกับกิเลสของตัวเอง ซึ่งพ่อแม่เท่านั้นที่จะต้องช่วยลูกจัดการในเรื่องนี้ ด้วยการปลูกฝังสิ่งที่ดี ที่เป็นประโยชน์เหมาะสมให้กับลูก

แต่..ต้องเริ่มจากการสร้างและปรับปรุงพฤติกรรมการกินของตัวเองให้ได้ก่อนที่จะไปสอนลูกด้วย

ไม่อยากให้เรื่องร้ายๆ ของเด็กไทยต้องติดอันดับโลกอีกเลยค่ะ..มันเศร้าใจ..!!!



ข้อมูลจาก : หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Life & Family | พ่อแม่ลูกปลูกรัก
โดย : สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
วันที่ 29 มกราคม 2556


บทความนี้มาจาก Srisangworn Sukhothai Hospital
http://192.168.0.37/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://192.168.0.37/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=1569