Srisangworn Sukhothai Hospital

ข่าว CEO

บทความ / E-inspection
วัน: 02 ธ.ค. 2003 - 09:16
สรุปสาระสำคัญการปาฐกถาพิเศษเรื่องบทบาทผู้ตรวจราชการในการสนับสนุนจังหวัด
แบบบูรณาการ โดย รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม)
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ชมรมผู้ตรวจราชการแห่งประเทศไทย
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2546 ณ โรงแรม ปริ๊นซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ
………………………………

 ผู้ตรวจราชการ มีความสำคัญมาก รัฐบาลต้องการให้เป็นผู้สนับสนุนการบริหารงานของผู้ว่าฯ CEO ในจังหวัดแบบบูรณาการ ปฐมเหตุของการเกิดจังหวัด CEO คือทำอย่างไรจึงจะเพิ่มอำนาจและความ รับผิดชอบให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ การจะเป็นผู้ว่าฯ CEO ได้ จะต้องมีปัจจัยหรือตัวแปรที่สำคัญ 6 ประการ คือ
1. ต้องมีและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน โดยประกอบด้วย เป้าหมายของชาติ เป้าหมายของ รัฐบาล และเป้าหมายของผู้ว่าฯ เอง
2. ต้องมี Methodology หรือ กุศโลบาย หรือกลวิธี ในการทำงาน ต้องมีการมอบอำนาจและการกระจายอำนาจ “ ยิ่งมอบอำนาจออกไปเท่าใด ยิ่งมีอำนาจมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเก็บอำนาจ ยิ่งเสียอำนาจ”
3. ต้องคำนึงถึงความคาดหมายว่าสังคม/ประชาชน คาดหมายอะไร
4. ต้องมีความรับผิดชอบ
5. ต้องมีอำนาจเต็มในการสั่งการ
6. ต้องมีงบประมาณของจังหวัด
โดยนำตัวแปรทั้ง 6 นี้มาผสมผสานบูรณาการเข้าด้วยกันทำให้การบริหารงานเกิดความสำเร็จ
นั่นคือ ผู้ว่า ฯ CEO ต้องมี “ ปกครอง ”
ป : เป้าหมาย ก : กุศโลบาย ค : คาดหมาย ร : รับผิดชอบ อ : อำนาจ ง : งบประมาณ

 บทบาทของผู้ตรวจราชการ : เป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้ว่าฯ CEO นั่นคือ
1.ต้องรู้ว่า ที่ผู้ว่า ฯ CEO นี้ เป็นอย่างไร เป็นไปทำไม การไปตรวจราชการ ผู้ตรวจราชการ อาจช่วยเตือนผู้ว่าฯ CEO ว่ากุศโลบายของ ผู้ว่าฯ เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ช่วยประสานกับราชการส่วนกลางกรณีมีปัญหางบประมาณ เป็นต้น
2. เดิม สำนักนายกฯ กำหนดเขตตรวจราชการออกเป็น 12 เขต วันนี้ รัฐบาลแบ่งพื้นที่การตรวจราชการออกเป็น 19 เขตตามกลุ่มจังหวัด (ไม่รวม กทม.) โดยจะมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป (จะลงนามเสนอภายในบ่ายวันนี้: 28 พ.ย.46) ทั้งนี้ จะไม่มีการเพิ่มจำนวนผู้ตรวจราชการ ดังนั้น ทุกกระทรวง ต้องไปจัดแบ่งเขตและแบ่งงานให้ผู้ตรวจราชการใหม่ด้วย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกกระทรวงปรับปรุงระบบการตรวจราชการ หรือคิดใหม่ ทำใหม่ได้ โดยให้นำเสนอปลัดกระทรวงฯ และรัฐมนตรีว่าการฯ เพื่อเสนอต่อ ค.ร.ม. หรือให้ ก.พ.ร. เสนอเข้า ค.ร.ม. ก็ได้
ยกตัวอย่างการตรวจราชการของกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้ได้มีการจัดอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรม อาจจะมากกว่าทุกกระทรวง ผู้ตรวจราชการของกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบอำนาจในการบริหาร และการบังคับบัญชา สามารถบริหารจัดการในพื้นที่ได้ค่อนข้างเบ็ดเสร็จ ในขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข มีผู้ตรวจราชการ (ระดับ10) 12 คนและยังมีสาธารณสุขนิเทศก์ (ซึ่งเป็นระดับ 10 ) เช่นกันอีก 12 คน ดังนั้น ตามที่รัฐมนตรีว่าการฯ (นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์) และคณะผู้บริหาร นำเสนอว่าจะขอยุบตำแหน่งทั้ง 2 นี้เข้าด้วยกัน และขอกำหนดเป็นตำแหน่งผู้ตรวจราชการ 19 คน (ไม่เพิ่มระดับ 10 เพียงแต่เปลี่ยนชื่อตำแหน่ง) โดยความเห็นแล้วไม่ขัดข้อง แต่จะขอไปศึกษาว่ามีผลกระทบต่องบประมาณและ อื่น ๆ (อัฐบริขารและม้ารถทศพลต่าง ๆ) หรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็สามารถดำเนินการต่อไปได้
3. ขอให้ผู้ตรวจราชการ ช่วยเป็นหู เป็นตา ในการไปตรวจราชการ ว่าการปฏิรูประบบราชการและการปฏิรูปโครงสร้างส่วนราชการในระดับจังหวัดต่าง ๆ เป็นอย่างไร มีปัญหาอุปสรรคหรือไม่ ขอให้เป็น Inspector General ในเรื่องการ Reform นี้ว่า มีผลกระทบต่อกระทรวงและต่อประชาชนอย่างไร ให้ รายงานให้ทราบด้วย
4. ในเรื่องการมอบอำนาจแก่ผู้ว่า ฯ ในการอนุมัติ อนุญาต การแต่งตั้งโยกย้าย (ระดับ 8 ลงมา) รวมทั้ง สามารถขออัตราสำรองราชการทดแทนได้ (จังหวัดละ 3 คน) นั้น ขอให้ผู้ตรวจลงไปติดตามดูแลว่า การมอบอำนาจจากกรมในส่วนกลางลงไปให้ผู้ว่าฯ และการมอบอำนาจภายในจังหวัด มีปัญหาหรือไม่ มีการใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ถูกทำนองคลองธรรม (Abuse) หรือไม่ ประชาชนได้รับประโยชน์มากขึ้นหรือลดลง เมื่อไปดูแล้วขอให้รายงานให้กระทรวงทราบด้วย หากมีปัญหามาก ๆ ขอให้รายงาน ก.พ.ร. ด้วย
5. ตามที่มีประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี นั้น ขอให้ผู้ตรวจราชการช่วยเอาใจใส่เป็นพิเศษ เป็นหูเป็นตาแทนรัฐบาลในเรื่องนี้เพราะถือว่าเป็นภาพรวมของการปฏิรูประบบราชการ ได้วางบทบาทของผู้ตรวจราชการให้เป็น External Reader เป็นผู้ประเมินผลจังหวัด และเขตพื้นที่ อย่างสม่ำเสมอ จึงขอให้ผู้ตรวจราชการ ให้ความสำคัญกับพระราชกฤษฎีกา ฯ นี้โดยถือเป็นคู่มือในการปฏิบัติงานตรวจราชการด้วย
6. นอกเหนือจากการตรวจงานแล้ว ขอให้ติดตามเรื่องการโอภาปราศรัยและการมีอัธยาศัยไมตรีของข้าราชการต่อประชาชน โดยเฉพาะข้าราชการกระทรวงของท่านต่อประชาชนในจังหวัดนั้น ๆ
7. ขอให้ผู้ตรวจราชการ ศึกษาและติดตามนโยบายของรัฐบาลและของนายกรัฐมนตรี และขอให้มีการไปตรวจราชการตามนโยบายนั้น ๆ (ซึ่งสามารถติดตามได้จากข่าวการประชุม ค.ร.ม. และรายการนายกทักษิณพบประชาชน)
8. ต้องสร้างระบบการประสานงานแบบ Matrix โดยการรายงานผลการตรวจราชการ จะต้องจัดทำรายงานเสนอ 1) ปลัดกระทรวงฯ 2) สำเนาเรียนรัฐมนตรีว่าการฯ 3)รองนายกฯ ที่กำกับดูแลกระทรวงฯ และ 4) รองนายกฯ ที่กำกับดูแลพื้นที่ อยากให้รัฐมนตรีว่าการฯและ ผู้ตรวจราชการ มีการพบกันอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น
9. เมื่อรัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ ต้องการให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ผู้ตรวจราชการ จึงเป็นกลไกเชื่อมประสานระหว่างราชการส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคหรือจังหวัด
 ผู้ตรวจราชการ จึง
เป็น หู คือ ออกไปฟัง
เป็น ตา คือ ออกไปดู
เป็น ปาก คือ ออกไปพูด
เป็น เสียง คือ ออกไปอธิบาย
จึงเป็นลักษณะของ 2-way communication จากส่วนกลางไปภูมิภาคและจากภูมิภาคมาส่วนกลาง
10. การสนับสนุนการปฏิบัติงานของผู้ตรวจราชการ ขณะนี้ ให้ ก.พ.ร. พิจารณาแนวทางการพัฒนาระบบการตรวจราชการ และการพัฒนาให้ผู้ตรวจราชการ มีความเจริญก้าวหน้า โดยมีหลายแนวคิด เช่น
1) แก้ไขคุณลักษณะเฉพาะ ว่า จะเข้าสู่ตำแหน่งผู้ตรวจราชการ จะต้องดำรงตำแหน่งระดับ 10 มาก่อน
2) กำหนด carrier path : ผู้ตรวจราชการ อธิบดี รองปลัดฯ ปลัดกระทรวงฯ นอกจากนี้ ได้ให้ ก.พ.ร. พิจารณาเรื่องการมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อำนาจหน้าที่และเงินประจำตำแหน่ง สำหรับรองปลัดฯ Cluster ด้วย โดยทั้งหมดนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาและดำเนินการ

กลุ่มประสานราชการ
28 พ.ย.46



บทความนี้มาจาก Srisangworn Sukhothai Hospital
http://192.168.0.37/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://192.168.0.37/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=20