Srisangworn Sukhothai Hospital

โรคอัมพาต อัมพฤต

บทความ / สุขภาพ
วัน: 29 มีค 2006 - 14:06
โรคอัมพาต อัมพฤต
"โรคอัมพาต อัมพฤต" เป็นคำพูดที่คนทั่วไปจะนึกภาพว่า คนที่เป็นโรคนี้จะเดินไม่ได้
ขยับแขนไม่ได้ จนถึงกับนอนอยู่บนเตียงเฉย ๆ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ผู้ที่เป็นจะรู้สึกหมด
หวังท้อแท้ จนถึงขนาดที่มีคนพูดว่าเหมือนตายทั้งเป็น เมื่อท่านได้อ่านต่อไป ท่านอาจจะเปลี่ยน ความคิด หรือรู้สึกว่าโรคนี้ไม่ได้หมดหวังเสียทีเดียว ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจและตอบคำถามที่คาใจหลาย ๆ ท่านเกี่ยวกับโรคนี้

โรคอัมพาตหรืออัมพฤตเกิดขึ้นได้อย่างไร
โรคอัมพฤต อัมพาต เกิดจากมีความผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง ด้วยเหตุ 3 ประการคือ


  • มีก้อนเลือดที่ไหลจากหลอดเลือดส่วนอื่น ๆ ของร่างกายมาอุดยังหลอดเลือดในสมอง เช่น
    หัวใจ หรือหลอดเลือดบริเวณคอ
  • มีเลือดหรือไขมันเกิดที่หลอดเลือดในสมองเองแล้วเกิดอุดกั้นหลอดเลือดส่วนอื่น ๆ
  • หลอดเลือดในสมองแตก มักเกิดจากโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษา


ใครบ้างที่เสี่ยงที่จะเกิดโรคอัมพฤต อัมพาต

  • เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • เป็นโรคลิ้นหัวใจตีบ
  • เป็นโรคหัวใจเต้นผิดปกติ

  • เป็นโรคเบาหวาน
  • เป็นโรคไขมันในเลือดผิดปกติ
  • สูบบุหรี่
  • ติดยาเสพติดบางชนิด เช่น โคเคน ยาบ้า เฮโรอีน


จะสังเกตว่าตนเองเป็นโรคอัมพฤต อัมพาตได้อย่างไร
อันดับแรก อาการที่เกิดขึ้นต้องเป็นทันทีทันใด บางครั้งก่อนที่เราจะมีอาการแขน ขา
ไม่มีแรง จะมีอาการเตือนก่อน เช่น มีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน บางครั้งจะเป็นทันทีทันใด
และเป็น ๆ หาย ๆ , มีอาการตามัวมองไม่เห็นภาพทันทีทันใด เป็น ๆ หาย ๆ
หรือเคยมี อาการชาหรืออ่อนแรงแขนขา ซีกใดซีกหนึ่งของร่างกายเป็น ๆ หาย ๆ
ถ้าท่านมีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์
เพราะถ้าได้รับการดูแลรักษาตั้งแต่แรกก็จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดอาการอัมพฤต อัมพาตได้



อาการของโรคอัมพฤต อัมพาต
อาการจะเป็นลักษณะใดขึ้นอยู่กับส่วนของสมองที่มีปัญหาหลอดเลือดนั้น ๆ เช่น

  • ชาหรือความรู้สึกลดลง หรืออ่อนแรงตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มักเป็นซีกใดซีกหนึ่งของ
    ร่างกาย เช่น ใบหน้า แขน ขาและลำตัวซีกขวา ไม่ใช่เป็นบางส่วน เช่น เฉพาะนิ้วมือ ข้อมือ
    หรือแขนขาบางส่วน
  • เวียนศีรษะ และรู้สึกว่าสิ่งรอบตัวหมุนหรือโคลงเคลง เหมือนนั่งอยู่บนเรือ ทั้ง ๆ
    ที่ตัวเองอยู่นิ่ง
  • การพูดและการฟังมีปัญหา เช่น ฟังไม่เข้าใจแต่ได้ยิน พูดไม่เป็นภาษาที่ฟังเข้าใจ
    หรือฟังเข้าใจแต่พูดไม่ได้ พูดลิ้นแข็ง ๆ หายใจลำบาก เช่น ช้าลง
  • หมดสติทันทีทันใด
  • สับสนไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร อยู่ที่ไหน ไม่รู้วัน เวลา


เมื่อมีอาการดังกล่าวควรทำอย่างไร
รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ไม่ต้องช่วยบีบนวดส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
ถ้ายังรู้สึกตัวเรียกแล้วยังลืมตาโต้ตอบได้ ให้ผู้ป่วยนั่งหรือนอน โดยให้ไหล่ หรือศีรษะอยู่สูง และให้
มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

ถ้าหมดสติ เรียกไม่ลืมตา ไม่ขยับตัว ให้เรียกรถพยาบาล ของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
ในระหว่างรอรถพยาบาล หรือขณะนำส่งให้จับผู้ป่วยนอนตะแคง ข้างใดข้างหนึ่ง
ห้ามให้อาหารหรือน้ำทางปาก เพราะจะทำให้ผู้ป่วยสำลักได้ แม้ว่าผู้ป่วยยังรู้สึกตัว
ดีก็ตาม เนื่องจากในผู้ป่วยโรคอัมพฤตหรืออัมพาตมักจะกลืนไม่ได้หรือกลืนลำบาก

แพทย์จะให้การดูแลรักษาแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลอย่างไรบ้าง

  • ต้องเอกซเรย์สมองทันที เพื่อหาสาเหตุว่าเป็นเลือดออกในสมองหรือหลอดเลือดอุดตัน ซึ่ง
    การรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
  • ถ้าเป็นเลือดออกในสมอง ต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ว่า จะรักษาโดยการผ่าตัดเอาเลือดออก
    หรือจะรักษาด้วยยา แต่ถ้าเป็นหลอดเลือดในสมองอุดตัน ก็จะให้ยาที่ป้องกัน ไม่ให้หลอดเลือดอุดตันมากขึ้น
  • ใน 2-3 วันแรก อาการของผู้ป่วยอาจจะแย่ลงได้ แม้ว่าจะให้การรักษาอยู่ก็ตาม เพราะจะ
    มีอาการบวมของเนื้อสมองตามมา มากน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรงและขนาดของหลอด
    เลือดที่อุดตัน หรือขนาดของเลือดที่ออกในสมอง
  • อาการแขนขาอ่อนแรง หรืออาการใด ๆ ที่เกิดขึ้นจะไม่ดีเป็นปกติหรือใกล้เคียงปกติใน
    เวลา 1 สัปดาห์ ดังนั้น การดูแลที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
  • การทำกายภาพบำบัดอย่างรวดเร็วหลังอาการคงที่จะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วย
    คนไข้ที่เป็นโรคนี้มีโอกาสจะกลับมาเป็นปกติหรือใกล้เคียงปกติมากน้อยเพียงใด
    โอกาสขึ้นอยู่กับความรุนแรงที่เป็น แต่แพทย์ผู้ทำการรักษาจะสามารถประเมินได้ โดยส่วน
    ใหญ่ถ้าอาการรุนแรงจะไม่ดีเหมือนเดิม 100 % แต่คนไข้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ใกล้
    เคียงปกติ ไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น โดยอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ เต็มที่ใน 1 ปี ถ้าหลังจาก 1
    ปี แล้วอาการมักจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ไม่มากนัก

    ดังนั้นการปฏิบัติตัวและกินยารวมถึงการพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอยังเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะโอกาสที่เกิดอัมพฤต อัมพาตซ้ำในปีแรก
    ประมาณ 10 %

โรคอัมพฤต อัมพาต เมื่อเป็นแล้วไม่ได้สิ้นหวังหรือหมดหนทางอย่างที่หลาย ๆ ท่านเข้าใจ
และไม่ใช่โรคที่นอนรอให้ดีขึ้นเอง แต่ต้องได้รับการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นจึงจะเกิดผลดีที่สุด

เราจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ได้อย่างไร
สำหรับผู้ที่แข็งแรงดีและไม่มีโรคประจำตัวดังต่อไปนี้ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือด
หัวใจตีบ โรคหัวใจเต้นผิดปกติ โรคลิ้นหัวใจตีบ โรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน ควร
ปฏิบัติดังนี้

  • ควรตรวจสุขภาพและตรวจเลือดเพื่อดูระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด อย่างน้อยปีละครั้ง
  • ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรเลือกการออกกำลังกายที่มีลักษณะดังต่อไปนี้


    1. ต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักอย่างน้อย 20-30 นาที สัปดาห์
      ละ 2-3 ครั้ง หรือวันเว้นวัน
    2. ลักษณะการออกกำลังกายต้องทำอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ
    3. กีฬาส่วนใหญ่ไม่ใช่การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล กอล์ฟ เทนนิส
    4. ตัวอย่างของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน เต้นแอโรบิก เป็นต้น


  • ถ้าผู้ที่กำลังดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่ ควรลดหรือเลิก ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว
    เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจลีบ โรคลิ้นหัวใจตีบ โรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน ควรปฏิบัติ ดังนี้

    1. รับประทานยาตามแพทย์สั่งโดยเคร่งครัด
    2. พบแพทย์เป็นระยะตามนัด
    3. ควบคุมอาหารพวกไขมันและแป้ง โดยเฉพาะน้ำตาล
    4. ควบคุมน้ำหนักตัว


จะเห็นได้ว่าการป้องกันไม่ให้เกิดย่อมดีกว่าการแก้ไขเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ถ้าท่านได้นำ
สิ่งที่อ่านนี้ไปปฏิบัติ ท่านก็จะมีชีวิตที่มีความสุข และปราศจากโรคอัมพฤต อัมพาต และหวังเป็น
อย่างยิ่งว่าเมื่อท่านได้อ่านจบแล้ว จะได้นำไปปฏิบัติหรือบอกกล่าวแก่ญาติผู้ใหญ่ บุคคลอัน
เป็นที่รัก ก็จะเกิดผลดีต่อตัวท่านเองและครอบครัว



น.พ.เอกพจน์ นิ่มกุลรัตน์
อายุรแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญสาขาประสาทวิทยา




บทความนี้มาจาก Srisangworn Sukhothai Hospital
http://192.168.0.37/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://192.168.0.37/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=462