Srisangworn Sukhothai Hospital

สปส.เพิ่มสิทธิทำฟัน จ่ายผู้ประกันตน 500บาท เริ่มปีใหม่นี้

บทความ / ข่าวบริการ
วัน: 15 ธ.ค. 2006 - 06:52
สปส.ปรับให้สิทธิทำฟันใหม่ จ่ายผู้ประกันตนรายละ 500 บาทต่อปี มีผลปีใหม่นี้

นางผจงสิน วรรณโกวิท ผู้อำนวยการกองประสานการแพทย์และฟื้นฟู สมรรถภาพ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์กรณีทำฟันเพื่อประกาศให้มีผลใช้บังคับในวันที่ 1 ม.ค.2550 ว่า ในวันที่ 15 ธ.ค.จะมีการลงนามใน ประกาศกระทรวงเพื่อปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์การทำฟัน จากเดิมที่มีการเหมาจ่ายให้ รพ. คู่สัญญา 433 บาทต่อปี และให้ผู้ประกันใช้สิทธิฟรีมาเป็นแบบเหมาจ่ายให้ผู้ประกันตนใน อัตราปีละ 500 บาท โดยผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิ 2 ครั้งต่อปี ครั้งละไม่เกิน 250 บาท ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ม.ค.นี้

ทั้งนี้เหตุผลการปรับเปลี่ยนนั้น เพราะมีผลการวิจัยพบว่าการ เหมาจ่ายรายหัวผู้ประกันตนไปใช้สิทธิเพียง 15 % เพราะผู้ประกันไม่สามารถเข้าถึงบริการ ได้ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น รอบัตรคิวนาน จำนวนคนใช้บริการไม่สอดคล้องกับจำนวน แพทย์

"การดำเนินการเหมาจ่ายฟรีให้ รพ.โดยที่ผู้ประกันตนไม่สามารถใช้สิทธิได้ อย่างทั่วถึง โดยเจตนาแล้วผู้บริหารเดิมมีเจตนาดี ตั้งใจที่จะให้สิทธิประโยชน์กับผู้ประกันตน มากขึ้น แต่กลับติดขัดขั้นตอนการให้บริการที่ล่าช้า จึงทำให้ผู้ประกันตนไม่สามารถเข้าถึง บริการ ถึงแม้เราจะใช้ต้นทุนที่สูงกว่าเดิม แต่ส่วนหนึ่งเป็นเงินให้กับ รพ.เตรียมการให้บริการ และบริหารจัดการ เราไม่ได้คิดว่าการบริหารนโยบายล้มเหลวจนทำให้ สปส.ต้องจ่ายเงินแก่ รพ.ฟรีๆ " นางผจงสิน กล่าว

นางผจงสิน กล่าวอีกว่า ความจริงแล้วการให้สิทธิประโยชน์ทำฟันไม่ได้ไว้ใน สิทธิประโยชน์กองทุน ประกันสังคม แต่ สปส.ต้องการให้เป็นสวัสดิการแก่พนักงานเพิ่มเติม จากกรณีเจ็บป่วยจึงจำเป็นต้องในวิธีการจัดเก็บแบบร่วมจ่าย โดย สปส.ออกเงินให้รายละ 500 บาทต่อปี ส่วนค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากนี้เป็นหน้าที่ของผู้ประกันตนเอง ทั้งนี้เพื่อ เสถียรภาพและความอยู่รอดของกองทุนที่ไม่สามารถแบกภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้

ด้านนายผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จ จริงกรณีสำนักงานประกันสังคม(สปส.)ใช้เงินกองทุนประกันสังคมซื้อหุ้นในตลอดหลักทรัพย์และการลงทุนในต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการครั้งแรก ว่า ได้มีการวางกรอบและกำหนดประเด็นที่คณะกรรมการจะทำการสอบสวน โดยกำหนดไว้ว่า ได้มีการนำเงินของกองทุนไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ เพียงใด โดยวิธีการใด และ มีการตั้งตัวแทนเข้าไปดูแลหุ้นที่ซื้อไว้หรือไม่

นายผดุงศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังกำหนดประเด็นถึงกรณีสปส.ไปลงทุนต่างประเทศ ว่ามีประเภทใดบ้าง และมีรายละเอียดอย่างไร ซึ่งตอนนี้ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการสปส.เพื่อขอข้อมูลแล้ว โดยคาดว่าภายในเวลา 12.00 น.วันที่ 18 จะได้รับข้อมูล และเชื่อว่าภายใน 7 วันจะสามารถสรุปรายละเอียดเสนอไปยังนายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัด กระทรวงแรงงาน ได้

ขณะที่นพ.สมเกียรติ์ ฉายะศรีวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในฐานะ ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่สปส.ปรับเปลี่ยนระบบการให้สิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตรและทำฟัน กล่าวว่าขณะนี้ได้สั่งการให้กรรมการช่วยเก็บข้อมูลและนำมาประชุมในครั้งแรกในวันที่ 18 ธันวาคม โดยในส่วนของการทำฟันนั้น จะดูราย ละเอียดว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบบแล้ว ส่งผลให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการไม่ทั่วถึงหรือไม่ และในกรณีคลอดบุตร มีการเหมาจ่ายให้กับโรงพยาบาลเอกชนแล้ว โดยประชาชนไม่ ได้ไปใช้บริการโรงพยาบาลที่เลือกไว้ จนทำให้โรงพยาบาลได้งบประมาณไปแบบฟรีจริง หรือไม่ อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตรวจสอบไปถึงผู้ที่ต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ นพ.สมเกียรติ์ กล่าวว่า แล้วแต่ข้อเท็จจริงว่ามีใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ส่วนใครต้องรับผิดชอบในเรื่อง อะไรนั้น คงเป็นการสอบสวนอีกขั้นหนึ่ง หากพบว่ามีมูลความจริง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าภาย ใน 7 วันสามารถสรุปผลได้ทัน

 

 


ข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์กรุงเทพฯ ธุรกิจ
คอลัมน์ข่าวประจำวัน
วันที่ 14 ธันวาคม 2549
ภาพประกอบทางอินเตอร์เน็ต




บทความนี้มาจาก Srisangworn Sukhothai Hospital
http://192.168.0.37/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://192.168.0.37/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=767