Srisangworn Sukhothai Hospital

ขอให้ดำเนินการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกและโรค SARS อย่างเคร่งครัด

บทความ / ไข้หวัดนก
วัน: 20 ก.ย. 2004 - 15:52
ที่ สธ 0419/ ว.571
กระทรวงสาธารณสุข
ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี 11000
กันยายน 2547

เรื่อง ขอให้ดำเนินการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกและโรค SARS อย่างเคร่งครัด

เรียน ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด
อ้างถึง หนังสือกระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ 0419/ว 489 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2547

ตามที่ได้เกิดการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในสัตว์ปีก ครั้งแรกของประเทศไทย เมื่อต้นปี พ.ศ.2547 ส่งผลให้มีผู้ป่วย 12 ราย (เสียชีวิต 8 ราย) ต่อมาพบการระบาดของเชื้อ H5N1 ในสัตว์ปีก เป็นครั้งที่สอง ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 2547 เรื่อยมา กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกหนังสือเตือนให้ทุกจังหวัด เร่งรัดมาตรการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในคนอย่างเข้มแข็ง ตามหนังสือที่อ้างถึง จนถึงวันที่ 8 กันยายน 2547 ได้มีรายงานพบผู้ป่วยเสียชีวิตจากอาการปอดบวมอย่างรวดเร็ว 1 ราย ที่จังหวัดปราจีนบุรี ผลการตรวจทางห้องปฎิบัติการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันว่า พบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก H5N1 ประกอบกับระยะนี้เป็นช่วงกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศแถบเอเซีย ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการแพร่เชื้อระบบทางเดินหายใจหลายชนิดรวมถึง ไข้หวัดนกและซาร์ส


กระทรวงสาธารณสุข จึงขอความร่วมมือ ให้ทุกจังหวัด ดำเนินการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบ อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชากรที่เสี่ยงต่อการเกิดไข้หวัดนกและ โรค SARS เพื่อให้สามารถตรวจจับโรคดังกล่าวได้แต่เนิ่น ๆ นำไปสู่การสอบสวนควบคุมการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ ตลอดจนการรักษาผู้ป่วยที่เหมาะสม รวดเร็ว ซึ่งจะลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ในที่สุด มาตรการสำคัญที่จำเป็น และทุกหน่วยงานด้านสาธารณสุข ต้องถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันอย่างเคร่งครัด คือ
1. กำชับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง ทั้งภาครัฐและเอกชน หากพบผู้ป่วยโรคปอดบวม และไข้หวัดใหญ่ มารับการรักษา ขอให้ทำการซักประวัติการสัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยละเอียดทุกราย ดังนี้
1.1 การอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีสัตว์ปีกป่วยตายในระยะ 14 วัน ก่อนป่วย หรือมีประวัติสัมผัสโดยตรงหรือทางอ้อมกับสิ่งคัดหลั่งของสัตว์ปีกที่ป่วยตาย ภายใน 7 วันก่อนป่วย หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยปอดอักเสบรายอื่นในช่วง 7 วันก่อนป่วย หากผู้ป่วยดังกล่าวมีประวัติการสัมผัสปัจจัยเสี่ยง ให้ถือเป็นผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดนก ต้องทำ Nasopharyngeal swab และส่งตัวอย่างตรวจยืนยันที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมทั้งทำการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด A ด้วยวิธี Rapid test ซึ่งถ้าการทดสอบให้ผลบวก จะต้องรีบให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสทันที ให้การดูแลรักษาตามมาตรฐานและแนวทาง ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้แล้ว (รายละเอียดตามแนวทางการเฝ้าระรังโรคไข้หวัดนกในคน ฉบับปรับปรุงวันที่ 21 กรกฎาคม 2547)
1.2เป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข หรือมีประวัติเดินทางมาจากประเทศที่เคยเกิดการระบาดของโรค SARS หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยปอดอักเสบ รายอื่นในช่วง 10 วันก่อนป่วย หากผู้ป่วยดังกล่าวมีประวัติการสัมผัสปัจจัยเสียง ให้ถือเป็นผู้ป่วยสงสัย SARS ให้เก็บ Nasopharyngeal swab ส่งตรวจยืนยันที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และให้การรักษาดูแลรักษามาตรฐานและแนวทาง ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้แล้ว (รายละเอียดในคู่มือการเฝ้าระวังสอบสวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากไวรัสที่สงสัยโรค SARS)
2. เมื่อพบผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัยโรคไข้หวัดนก และโรค SARS จะต้องรีบรายงานให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ทราบ ภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอผลทางห้องปฏิบัติการ
3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ต้องทำการสอบสวนและควบคุมโรคในพื้นที่ทันที ที่ได้รับแจ้ง พร้อมรายงานสำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตและสำนักระบาดวิทยา ตลอดจนการติดตามเฝ้าระวังกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิด รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทุกรายจนพ้นระยะฟักตัว (10 วันในโรค SARS และ 7 วันในโรคไข้หวัดนก)
4. หน่วยงานสาธารณสุขทุกระดับ ต้องจัดให้มีทีมเฝ้าระวังควบคุมโรค (Surveillance and Rapid Response Team) เตรียมความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์สำหรับการดูแลรักษา การเฝ้าระวังสอบสวนโรค ตลอดจนการควบคุมป้องกันโรค ให้เพียงพอและปลอดภัยต่อการปฏิบัติงานอยู่เสมอ
5. ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านสถานการณ์ และองค์ความรู้ที่เป็นปัจจุบันจาก website ของ กระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรคตลอดเวลา

จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปด้วย จะเป็นพระคุณ

ขอแสดงความนับถือ
(ลงชื่อ)นายธวัช สุนทราจารย์
รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
หัวหน้ากล่มภารกิจด้านพัมนาการสาธารณสุข
กรมควบคุมโรค
สำนักระบาดวิทยา
โทร. 0-2590-1882
โทรสาร 0-2590-1784

รับผิดชอบข่าวโดย .... กลุ่มเฝ้าระวังสอบสวน ทางระบาดวิทยา

From... http://203.157.240.12/bie/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=409


บทความนี้มาจาก Srisangworn Sukhothai Hospital
http://192.168.0.37/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://192.168.0.37/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=84