Srisangworn Sukhothai Hospital

โลกลงมติแลกเชื้อไข้หวัดนก

บทความ / ไข้หวัดนก
วัน: 30 พ.ค. 2007 - 14:33
ทั่วโลกลงมติรับรองกรอบข้อตกลงการแบ่งปันเชื้อไวรัสไข้หวัดนก เพื่อนำมาผลิตวัคซีนป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โดยจะมีการประชุมรายละเอียดต่อในเดือนกรกฎาคม 2550 ที่ประเทศไทย

น.พ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงผลสรุปของการเตรียมการรับมือการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่เกิดจากจากเชื้อไข้หวัดนกว่า ในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ 60 มีเรื่องสำคัญเข้าสู่ที่ประชุมคือเรื่องของการแบ่งปันเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในคน ซึ่งมีความเห็นต่างออกไป 2 ขั้ว คือ ขั้วของประเทศกำลังพัฒนาบางกลุ่ม โดยเฉพาะอินโดนีเซีย อิหร่าน เวียดนาม อียิปต์ ต้องการให้มีความชัดเจนว่าเมื่อส่งเชื้อไวรัสไข้หวัดนกไปแล้ว จะต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนหลังจากที่มีการผลิตวัคซีน มิฉะนั้น จะระงับการส่งเชื้อไวรัสไว้ก่อน

ส่วนอีกขั้วหนึ่งเป็นชาติพัฒนาแล้วฝ่ายตะวันตก นำโดยสหรัฐ มีความกังวลอย่างเดียวว่าจะไม่ได้เชื้อไวรัส จึงพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อจะทำให้ประเทศกำลังพัฒนาส่งเชื้อไวรัสให้ โดยทั้งสองขั้วนี้ ต้องการดึงประเทศไทยให้ไปสนับสนุน ซึ่งในที่สุดประเทศไทยตัดสินใจว่าการแบ่งปันอย่างสุดโต่งดังกล่าวไม่เหมาะสม เพราะการที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องส่งเชื้อไวรัสให้เฉยๆ และหากมีการทำวิจัยและนำไปจดสิทธิบัตรหรือทำ "วัคซีนขายราคาแพง" ก็ไม่ถูกต้อง

ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาเรียกร้องหวงไวรัส ไม่แบ่งปันให้ใคร ซึ่งหากเกิดโรคระบาดและไม่มีวัคซีน ก็จะเกิดการเสียชีวิตกันมาก จึงต้องหาวิธีการเพื่อเป็นทางออกที่เหมาะสมในการแบ่งปันเชื้อไวรัสไข้หวัดนกที่สมประโยชน์ ทั้งประเทศพัฒนาและกำลังพัฒนา

น.พ.มงคล กล่าวว่า การวางท่าทีของไทยเช่นนี้ จึงได้รับความไว้วางใจจากทั้งสองขั้ว ขอให้ไทยเป็นประธานคณะทำงานในการร่างมติในเรื่องดังกล่าว โดย สธ. ได้มอบหมายให้ น.พ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร เป็นผู้แทนของไทยทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม และทำงานหนักมาก ประชุมกัน 10 กว่าครั้งทั้งกลางวันกลางคืน จนในที่สุดได้มติกรอบข้อตกลงการแบ่งปันเชื้อไวรัสไข้หวัดนกเป็นผลสำเร็จ ทุกฝ่ายพอใจ โดยให้ยึดความโปร่งใส มีระบบการตรวจสอบหลังส่งเชื้อไวรัสว่าไม่ได้เอาไปทำการค้า หากมีการทำการค้าเกิดขึ้นผลประโยชน์จะต้องปันมาสู่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเป็นธรรม

มติดังกล่าวเพื่อทำให้กระบวนการแบ่งปันไวรัสดำเนินการต่อเนื่องไปได้ เพราะมิฉะนั้น อินโดนีเซียจะไม่ส่งเชื้อไวรัสให้ ทั้งนี้ จะมีการจัดทำรายละเอียดต่อเนื่องอีก โดยจะมีการประชุมในประเทศไทย อาจจะในเดือนกรกฎาคม หรือสิงหาคม 2550 และประชุมที่เจนีวาต่อในเดือนตุลาคม เพื่อลงรายละเอียดทั้งหมด เป็นการจัดวางระบบการแบ่งปันเชื้อไวรัสขึ้นมาใหม่ ที่สำคัญก็คือต้องมีกลไกเข้าไปควบคุมตรวจสอบหน่วยงานที่ทำงานเรื่องนี้ทั้งหมด ว่ามีความโปร่งใส ไม่เอาไวรัสไปแบ่งให้เอกชน เอาทำธุรกิจวัคซีน จดสิทธิบัตร แล้วขายแพง ความสำเร็จครั้งนี้ พ.ญ.มากาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ได้ส่งอีเมล์ชื่นชมยกย่องบทบาทของประเทศไทยเป็นอันมาก


ข้อมูลจาก :หนังสือพิมพ์ข่าวสด
คอลัมน์วิทยาการ
วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6026 หน้า 24




บทความนี้มาจาก Srisangworn Sukhothai Hospital
http://192.168.0.37/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://192.168.0.37/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=941