Srisangworn Sukhothai Hospital

“หมอมงคล” ชี้ เลือกยาบัญชีหลักเน้นจำเป็น-ไม่แพง-มีคุณภาพ

บทความ / ข่าวสารห้องยา
วัน: 30 พ.ค. 2007 - 14:43
       “หมอมงคล” ชี้ คัดเลือกยาในบัญชียาหลักต้องเป็นยาที่จำเป็น ไม่แพง มีคุณภาพ ระบุทั้งหมอ-คนไข้ใช้ยาฟุ่มเฟือย ไม่สมเหตุสมผล เผยยอดรวมค่ายาทะลุสูงร้อยละ 35 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งประเทศ แต่สุขภาพไม่ได้ดีกว่าประเทศที่บริโภคยาต่ำ

       วันนี้ (30 พ.ค.) ในการประชุมสัมมนา เรื่องการพิจารณาคัดเลือกยาในบัญชียาหลัก นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ทิศทางและนโยบายด้านยากับระบบประกันสุขภาพ” ว่า นโยบายที่สำคัญในการเข้าถึงบริการสุขภาพ และการเข้าถึงยาที่มีดีที่คุณภาพ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โดยจะต้องเป็นยาที่มีความจำเป็นจริงๆ มีคุณภาพ ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาหลายสิ่งหลายอย่างไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ ทั้งปัญหาการเข้าถึงยา และการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุสมผล

       ซึ่งปัจจุบันค่าใช้จ่ายด้านยาคิดเป็นร้อยละ 35 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วมีสัดส่วนร้อยละ 10-20 เท่านั้น ขณะที่สุขภาพของคนไทยมิได้ดีกว่าประเทศที่มีการบริโภคยาต่ำกว่าโดยมีหลักฐานการวิจัยที่มีชี้ว่ามีปัญหาการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมอยู่มาก คือ พบตั้งแต่ร้อยละ 12– 91.3 รวมทั้งความไม่ปลอดภัยในการใช้ยา โดยมีรายงานว่าผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมีภาวะไม่พึงประสงค์จากการเข้าถึงยาร้อยละ 20 ของภาวะไม่พึงประสงค์ทั้งหมด โดยร้อยละ 11.4 เสียชีวิต และร้อยละ 2.9 มีการพิการถาวรมากกว่าร้อยละ 50 ของร่างกาย

       “มีข้อคำถามเยอะมาก ว่า ยาในบัญชียาหลักเป็นยาที่มีความจำเป็นหรือไม่ มีคุณภาพหรือไม่ หรือแม้แต่ยาขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) เองมีคุณภาพ 100% หรือไม่ ดังนั้น จึงมีอะไรอีกมากที่จะต้องช่วยกันทำ รวมถึงระบบการใช้ยาก็เช่นเดียวกัน ที่ยังมีความฟุ่มเฟือยไม่ว่าจะเป็นทั้งหมอและคนไข้ ซึ่งโดยมากจะวัดว่าหมอรักษาเต็มที่หรือไม่ด้วยการสั่งยา หากหมอไม่จ่ายยาหรือจ่ายยาน้อยกลายเป็นว่าหมอให้บริการไม่น่าพอใจ ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่ามีหมอของเราที่หลังจากที่บริษัทยาพาไปเที่ยวสัมมนาอบรมต่างๆ แล้ว ก็มีชื่อยาติดอยู่ในหัวตลอดเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้การใช้ยามากเกินความจำเป็น” นพ.มงคล กล่าว

       นพ.มงคล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ มียาหลายตัวที่ในองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (US FDA) หรือ เอฟดีเอ มีการประกาศเลิกใช้ไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ในประเทศไทย ผสมปนเปกันไป ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของคนไทยสูงกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งแพทย์ เภสัชกร นโยบาย ระบบการใช้ยา การอภิบาลระบบ ล้วนมีความสำคัญ ซึ่งจะต้องช่วยกันอย่างจริงจังจริงใจเท่านั้น จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ ที่สำคัญ จะต้องมีการนำนโยบายกฎเกณฑ์ต่างๆ นำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง

        “ประเทศของเราไม่ใช่ประเทศที่สามารถผลิตยาด้วยตัวเองแม้จะมีการลงทุน สนับสนุนการพัฒนาและวิจัย แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ แต่ต้องอาศัยการวิจัยและพัฒนาจากต่างประเทศ โดยซื้อเทคโนโลยี ที่มีราคาแพง ดังนั้น ราคายาจึงเป็นส่วนหนึ่งของประสิทธิภาพยาที่จำเป็นในการนำมาพิจารณาการขึ้นบัญชียาหลัก โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กำลังผลักดันร่างกฎหมาย พ.ร.บ.ยา ให้มีการแจกแจงโครงสร้างราคายาซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการต่อรองราคายาด้วย” นพ.มงคล กล่าว

       นพ.มงคล กล่าวอีกว่า ส่วนการต่อรองราคายาจำเป็น โดยมีการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (ซีแอล) ทั้งยาเอดส์ ยามะเร็ง ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้คนยากจนมีโอกาสเข้าถึงยาซึ่งในระบบสวัสดิการทั้ง 3 ระบบของประเทศ ได้แก่ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ยาบางตัวหากมีราคาแพงก็ไม่สามารถจ่ายได้ คนที่อยู่รอดจึงมีเพียงคนที่มีความสามารถที่จะจ่ายได้ ซึ่งประเทศไทยมีไม่เกิน 20% จากประชากรทั้งหมดกว่า 60 ล้านคน ดังนั้น หากยาถูกลง มีบัญชียาหลักที่ดี สปสช.หรือสำนักงานประกันสังคมก็จะมีกำลังในการที่จะซื้อยาเพื่อคนยากจนเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น และค่าใช้จ่ายจากยาก็จะลดลงด้วย

       นพ.มงคล กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในปีนี้คณะกรรมการแห่งชาติด้านยามีนโยบายในการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติให้เป็น “บัญชียาแห่งชาติ” เพื่อสร้างเสริมระบบการใช้ยาอย่างเหมาะสม ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมุ่งให้เกิดความยั่งยืนของระบบสวัสดิการภาครัฐ และสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงยา สำหรับประชาชนที่มีความจำเป็นเฉพาะเช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง เป็นต้น

       ทั้งนี้ ในส่วนของการคัดเลือกยาเข้า “บัญชียาแห่งชาติ” ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ยาที่ได้รับคัดเลือกต้องเป็นยาที่มีประสิทธิภาพจริง สนับสนุนด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ มีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงจากการใช้ยาอย่างชัดเจน

       มีความคุ้มค่าตามหลักเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาวิถีชีวิตพอเพียง โดยจัดให้มีกลไกกลางกำกับสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นให้สามารถเข้าถึงยาได้

       “บัญชียาแห่งชาติฉบับนี้ดำเนินการคัดเลือกด้วยความโปร่งใส ผ่านการพิจารณาจากคณะบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยมีรายการยาที่มีความจำเป็นในการป้องกันแก้ไขปัญหาสุขภาพของคนไทยอย่างครอบคลุม บัญชียาแห่งชาตินี้จะมีการปรับปรุงเป็นระยะให้ทันต่อสถานการณ์ และเปิดโอกาสให้มีการแสดงความ คิดเห็นในระหว่างขั้นตอนการคัดเลือกยาและตรวจสอบได้ตามความเหมาะสม ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งต่อประชาชน ผู้สั่งใช้ยา ระบบบริหารเวชภัณฑ์ ผู้บริหารสถานพยาบาล ระบบการเบิกจ่ายเงินค่าบริการสุขภาพ และระบบเศรษฐกิจของชาติ” นพ.มงคล กล่าว

 

 

ข้อมูลจาก :
ผู้จัดการออนไลน์
คอลัมน์คุณภาพชีวิต : สุขภาพ
วันที่ 30 พฟษภาคม 2550


บทความนี้มาจาก Srisangworn Sukhothai Hospital
http://192.168.0.37/

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://192.168.0.37/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=942